the show
I’m just a little bit caught in the middle
Life is a maze and love is a riddle
I don’t know where to go
I can’t do it alone, I’ve tried
And I don’t know why
Slow it down
Make it stop
Or else my heart is going to pop
‘Cause it’s too much
Yeah, it’s a lot
To be something I’m not
I’m a fool
Out of love
‘Cause I just can’t get enough
I’m just a little bit caught in the middle
Life is a maze and love is a riddle
I don’t know where to go
I can’t do it alone, I’ve tried
And I don’t know why
I’m just a little girl lost in the moment
I’m so scared but I don’t show it
I can’t figure it out
It’s bringing me down I know
I’ve got to let it go
And just enjoy the show
The sun is hot
In the sky
Just like a giant spotlight
The people follow the sign
And synchronize in time
It’s a joke
Nobody knows
They’ve got a ticket to that show
I’m just a little bit caught in the middle
Life is a maze and love is a riddle
I don’t know where to go
I can’t do it alone, I’ve tried
And I don’t know why
I’m just a little girl lost in the moment
I’m so scared but I don’t show it
I can’t figure it out
It’s bringing me down I know
I’ve got to let it go
And just enjoy the show
Just enjoy the show
I’m just a little bit caught in the middle
Life is a maze and love is a riddle
I don’t know where to go
I can’t do it alone, I’ve tried
And I don’t know why
I’m just a little girl lost in the moment
I’m so scared but I don’t show it
I can’t figure it out
It’s bringing me down I know
I’ve got to let it go
And just enjoy the show
Just enjoy the show
Just enjoy the show
I want my money back
I want my money back
I want my money back
Just enjoy the show
I want my money back
I want my money back
I want my money back
Just enjoy the show
ฉันก็แค่ติดกับกับชีวิตนิดหน่อย
ชีวิตช่างยุ่งยาก และรักก็ช่างยุ่งเหยิง
ฉันไม่รู้ว่าควรจะไปไหนดี
แก้ปัญหาคนเดียวไม่ไหว ฉันพยายามแล้ว
ไม่รู้ว่าทำไม
ช้าลงหน่อย
หยุดมันให้ที
ไม่อย่างนั้น หัวใจของฉันต้องระเบิดแน่
มันมากเกินไป
มากเกินจะรับไหว
กับการที่ต้องพยายามเป็นคนที่ฉันไม่ได้เป็น
ฉันตาบอด
ด้วยความรัก
เพราะฉันไม่อาจเติมเต็มความต้องการฉันเองได้
ฉันก็แค่ติดกับกับชีวิตนิดหน่อย
ชีวิตช่างยุ่งยาก และรักก็ช่างยุ่งเหยิง
ฉันไม่รู้ว่าควรจะไปไหนดี
แก้ปัญหาคนเดียวไม่ไหว ฉันพยายามแล้ว
ไม่รู้ว่าทำไม
ฉันก็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ติดกับในวังวนชีวิต
ฉันกลัวเหลือเกิน แต่ฉันก็ไม่แสดงออกมา
ฉันแค่คิดหาหนทางไม่ออก
ปัญหานี้มันถ่วงใจฉันให้หนักอึ้ง ฉันรู้ดี
ฉันแค่ต้องปล่อยวางทุกอย่างไป
และแค่สนุกกับละครตรงหน้า
พระอาทิตย์ส่องแสงร้อนแรง
อยู่กลางผืนฟ้า
ราวสปอตไลท์ขนาดมหึมา
ผู้คนต่างเดินไปตามสัญญาณ
ราวเป็นจังหวะชีวิตเดียวกัน
มันเป็นเรื่องราวขำๆ
ที่ไม่มีใครสังเกต
พวกเขาต่างก็มีตั๋วสู่ละครเรื่องนี้
ฉันก็แค่ติดกับกับชีวิตนิดหน่อย
ชีวิตช่างยุ่งยาก และรักก็ช่างยุ่งเหยิง
ฉันไม่รู้ว่าควรจะไปไหนดี
แก้ปัญหาคนเดียวไม่ไหว ฉันพยายามแล้ว
ไม่รู้ว่าทำไม
ฉันก็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ติดกับในวังวนชีวิต
ฉันกลัวเหลือเกิน แต่ฉันก็ไม่แสดงออกมา
ฉันแค่คิดหาหนทางไม่ออก
ปัญหานี้มันถ่วงใจฉันให้หนักอึ้ง ฉันรู้ดี
ฉันแค่ต้องปล่อยวางทุกอย่างไป
และแค่สนุกกับละครตรงหน้า
สนุกกับละครตรงหน้า
ฉันก็แค่ติดกับกับชีวิตนิดหน่อย
ชีวิตช่างยุ่งยาก และรักก็ช่างยุ่งเหยิง
ฉันไม่รู้ว่าควรจะไปไหนดี
แก้ปัญหาคนเดียวไม่ไหว ฉันพยายามแล้ว
ไม่รู้ว่าทำไม
ฉันก็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ติดกับในวังวนชีวิต
ฉันกลัวเหลือเกิน แต่ฉันก็ไม่แสดงออกมา
ฉันแค่คิดหาหนทางไม่ออก
ปัญหานี้มันถ่วงใจฉันให้หนักอึ้ง ฉันรู้ดี
ฉันแค่ต้องปล่อยวางทุกอย่างไป
และแค่สนุกกับละครตรงหน้า
สนุกกับละครตรงหน้า
แค่สนุกกับละครตรงหน้า
ฉันอยากได้เงินคืน
ฉันอยากได้เงินคืน
ฉันอยากได้เงินคืน
แค่สนุกกับละครตรงหน้าไปเถอะน่า
ฉันอยากได้เงินคืน
ฉันอยากได้เงินคืน
ฉันอยากได้เงินคืน
แค่สนุกกับละครตรงหน้าไปเถอะ
ทำงานคะ ออกแบบ กำลังสนุกเลยคะ
จากหัวใจถึงใบหู
เป็นข้อความย้อนหลัง
วันย้ายพื้นที่ …
2009 05 31
สิ่งต่างๆมันก็กำลังเริ่มขึ้น
การเดินทางกลับมาอยู่บ้านที่เทพารักษ์
มันทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นแบบไม่เหงา
เพราะอย่างน้อย ฉันมีคนที่ฉันรักอยู่ด้วยทั้งสองคน
ถึงแม้ว่า .. สภาพแวดล้อมภายนอกจะดูไม่ชินหูชินตา
เพราะการมาที่นี่แต่ละครั้ง ล้วนเป็นพื้นที่ความทรงจำในวัยเด็กเสียส่วนใหญ่
จึงถูกซ่อนอยู่ในซอกหลืบต่างๆ
ทำให้วิถีของชีวิต พื้นที่ และความรู้สึกต้องปรับตัวเล็กน้อย
ห้องหรือพื้นที่เดิมที่ฉันกำลังนั่งอยู่ที่นี่
เป็นพื้นที่เดิมที่ฉันเคยอยู่และเคยนอน
เป็นไปในลักษณะขาจรพักผ่อนตากอากาศ
ไม่ใช่พื้นที่พื้นฐานทางอารมณ์ในเวลานั้น
แต่วันนี้พื้นที่นี้ได้ถูกบรรจุความทรงจำต่างๆ
และข้าวของเครื่องใช้ ซึ่งผู้ใช้หวงแหนและคุ้นเคยกับมันมาก
ก็คงไม่แปลกใจที่วันนี้ … ห้องนี้กลายเป็นพื้นที่พื้นทางอารณ์
ที่ถูกบรรจุตัวตนของฉันไว้ …
ก่อนหน้านี้ อยู่บนโลกของตัวหนังสืออย่างเงียบเชียบ
ปล่อยให้สมองที่อ่านได้สื่อสารกับจิตข้างในเพียงอย่างเดียว
ต้องสารภาพว่า เพิ่งอ่านหนังสือ รู้สึกและนึกคิด เราขาคณิตของทาดาโอะ อันโด จบ !!
โดยส่วนตัวปราบปลื้มในตัวตนของ อันโด อยู่แล้ว ..
- ต้องยอมรับว่า การหลุดพ้นนอกจากรั่วมหาวิทยาลัย
ทำให้เราได้เติบโตทางด้านภาษาความคิดมากขึ้น เพราะขณะที่ยังศึกษา
การเติบโตทางความคิดส่วนใหญ่ จะเป็นไปในลักษณะ ลูกเป็ดที่เดินตามพ่อเป็ด
การที่ลูกเป็ดจะเลือกหรือคิดหาหนทางเป็นไปในแบบไหนนั้น
ยังมีรอยเท้าของพ่อเป็ดให้ลูกเดินตามเสมอ…
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นลูกก็เต็มใจที่จะเดินตามนะ
และอีกอย่าง กรอบของชีวิตมหาวัทยาลัย(ของผู้เขียนะคะ)
อยู่บนพื้นฐานของสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตด้วยเช่นกัน
ตื่นแต่เช้า ไปโรงเรียน ทานข้าว เข้าสตู กินขนมบ่ายๆ ส่งงาน พักผ่อน ทำงานหนัก นอน
วงจรจะอยู่ในลักษณะนี้ และยี่สิบสี่ชั่วโมงมีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยกันตลอด …
การนั่งคิดเงียบๆ คือ คิดงานเพราะกระวนกระวายใจ กลัวเสร็จไม่ทัน …หรือคิดเงียบคือการนอน
จนวันนี้…. คิดเงียบจนเหงา … ต้องโทรหาเพื่อนๆบ้าง ไม่งั้นคงจะบ้าตาย…
และที่สำคัญออกไปข้างนอกบ่อยมากๆ…. แต่ไปคนเดียวนะ ยังชอบไปคนเดียวอยู่
หรือว่าทั้งหมดที่ผ่านมานี้ ฉันแก่ขึ้นนั่นเอง !!! –
กลับมาที่หนังสือ …
หนังสือเป็นหนึ่งบทบาทที่ทำให้เราเข้าใจในความคิดของอันโด
ซึ่งที่ผ่านมาจะทราบเพียงประวัติว่า
เขาเป็นนักใช้ชีวิต ในแง่ที่มุ่งมั่น อดทน ทำงานหนัก กระตือรือร้นและใฝ่รู้
เขาเป็นนักชกอาชีพ และหลังจากจบมัธยมปลายเขาเลือกที่สมัครงานเป็นพนักงานเขียนแบบ
และศึกษาการเขียนแบบด้วยตนเองมาตลอด …
จนปัจจุบันเขาเป็นสถาปนิกที่ไม่ได้เรียนวิชาสถาปัยกรรมจากมหาวิทยลัยใดๆ
ตั้งใจว่าจะอ่านอีกรอบ ให้ความรู้สึกหลงใหลมันเข้าเนื้อ
ซึมซับ เพราะเราจะได้มั่นคงในความฝันของตัวเองเช่นกัน
อย่าลืมไปหาอ่านกันได้นะคะ สำหรับผู้ที่สนใจ..
เราจะรู้ว่าทำไมเขาจึงเลือกใช้คอนกรีตเปลือย
เราจะรู้ว่าเขาคิดยังไงกับเรื่องแสง
Earth and Sky มาเกี่ยวข้องยังไง
และที่สำคัญ ” ปรากฏการณ์วิทยาแห่งสถาปัตยกรรม ….”
เป็นเรื่องที่ประทับใจมาก ได้อะไรติดตัวมาเยอะมาก
และควรจะนำไปใช้ .. ..
: บอกแล้วไงว่า . ” ฉัน PassioninArchitect “
จริงๆ รู้สึกดีใจมากนะคะ ที่ได้กลับมาอยู่ในรั่วของการศึกษาหาความรู้อีกครั้ง ..
แต่เป็นการศึกษาด้วยตนเอง .. ตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้อง practice ด้วยตนเองแล้ว
ติดตามกันต่อไปว่า .. เราจะ practice อะไรกัน (เวลานี้ฝึกฝนความอดทนในการหางานอยู่)
ระหว่างนั้นจะหยิบงานสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่ามาศึกษา…
ตอนแรก มีความลังเลอยู่ว่า จะกลับไปแก้ portfolio อีกรึเปล่า …
ยังวนเวียนอยู่กับความคิดเดิมที่ว่า Portfolio ยังไม่ดีใช่ไหม ถึงยังไม่ได้งาน
แต่คิดว่าไม่แล้วหละ ไม่อยากย่ำอยู่กับที่จริงๆ …
: ขอก้าวไปข้างหน้าแล้วกันนะ ..
: สังเกต ปรากฏการณ์วิทยาแห่งสถาปัตยกรรม
P.s. Book l : ANDO ARCHITECT, Kazukiyo Matsuba
Book ll : รู้สึกและนึกคิด เรขาคณิตของทาดาโอะ อันโด ,ชัยยศ อิษฐ์วรพันธุ์
มั่นคง
วันนี้เป็นวันที่รู้สึกตัวและตอบตัวเองได้แล้ว
ว่ารักอะไรมากที่สุด …อยู่กับอะไรแล้วมีความสุข
มีคนบอกตอนเช้าว่า ทำอะไรก็ทำให้ดีที่สุด
เรารู้ตัวว่าเราต้องการอะไร เราก็ต้องมั่นคง
เราต้องมั่นคงกับความฝัน
รักนะ … สถาปนิก
y r t
หนูไม่ใช่คนเก่ง แต่หนูตั้งใจทำมากๆ
ทำ portfolio ครั้งที่ล้านแปด…
ตั้งใจทำมากเหมือนกัน ครั้งนี้ดูง่ายๆ สบายๆในแบบ หนังสือทำมือ ..เย็บเล่มเอง

ถ้า
ก็หลายอย่างอยู่
1.สำหรับวันเวลาที่ผ่านมาของการหางานทำ หลังจากเรียนจบ
หางานยากพอสมควร ..การสอบถามจากเพื่อนในห้อง
แต่ละคนมีไปสัมภาษณ์ที่โน่นบ้าง ที่นี่บ้าง
บางคนนัดวันเดียวกัน แต่คนละเวลาก็มี . .
แต่ผลก็คือ เงียบๆกันไปทั้งสองฝ่าย
ส่วนเราเองยอบรับว่าเงียบมากกว่า
เพราะไปสมัครแต่ละที่ทิ้งไว้เหมือนกัน
แต่ยังไม่มีที่ไหนที่เรียกสัมภาษณ์แบบจริงจัง
นอกจากมี สองถึงสาม แห่งที่คุยเลยหลังจากกรอกใบสมัครเสร็จ
เมื่อได้สอบถามจากเพื่อนๆ ที่ไปสัมภาษณ์ก็รู้สึกดีใจด้วย
แต่ก็ต้องกลับมานั่งพิจารณาตัวเองว่า ทำไมเราไม่โดนเรียกบ้าง
พอร์ทยังไม่ดีพอใช่ไหม ..?
หรือว่างานของเรายังไม่ตรงกับที่เค้าต้งอการ..?
หรือว่ากันไปตามโชคชะตา..ก็คงยังไม่ถึงเวลา…?
แต่มานั่งพิจารณาดู (ไม่รู้สิ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะ ..)
ไม่ว่าเราจะทำทีสีสหรือวิทยานิพนธ์อะไรก็มีผลกับเรื่องงานเหมือนกัน
หมายถึงลักษณะอาคารที่มีผลกับงาน
เรื่องสเปซ ความใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ
ทางบริษัทคงดูโดยรวมๆ มากกว่า..
เพราะลองถามเพื่อนแต่ละคนที่โดนเรียกไปสัมภาษณ์ส่วนใหญ่
จะเป็นอาคารที่เป็นอาคารเดี่ยว ลักษณะ commercial เสียมากกว่า…
แถมยังทำ 3d ได้ขั้นเทพอีกด้วย
โดยส่วนตัวแล้ว 3d เป็นเรื่องของงูๆปลาๆ แต่ก็ไม่ได้แย่มาก
เพราะมีความคิดเห็นว่า 3d คือเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ช่วยเราในการออกแบบ
และ presentation ไม่ใช่ทั้งหมดของสถาปัตยกรรม (ความคิดเห็นส่วนตัวนะ)
แต่ถามว่าจำเป็นไหม … จำเป็นพอสมควรคะ ..
….. ตอนนี้ portfolio ได้แก้ไขให้เป็นลักษณะ เอสี่ ที่ดูงานง่ายขึ้น
ตามความคิดเห็นของเพื่อน … ซึ่งเราก็เห็นสมควรตามนั้น…
แก้เสร็จแล้ว ทีนี้ก็จะเริ่มสมัครเพิ่มไปอีก …
ความจริง ก็ยังไม่มั่นใจในตัวเองอยู่ดี ว่างานที่อยู่ใน portfolio มันดี
เพราะถ้าเกรดเฉลี่ยคือคะแนนวัดผล เกรดของเราเอง ก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควร
จะเป็นผลทำให้เราไม่มั่นใจในตัวเอง … แต่ในทุกๆครั้ง ที่ทำงาน
รู้สึกว่า มีความตั้งใจที่สูงมาก… สูงมากๆ สูงมากๆ คิดเยอะมากๆ
แต่เค้าเรียกว่า จบไม่สวย …
แต่ดูโดยรวมก็พอใจจ้า … ไม่ได้คิดมากกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว
2. เมื่อมีเวลาว่าง ถึงว่างมาก
รู้สึกพอใจกับชีวิตที่ว่างๆมากเหมือนกัน
ถึงแม้จะมีอาการตึงมือทางด้านการเงิน
เพราะคงจะยากหน่อยถ้าจะขอเงินทางบ้านซื้อของที่ไม่จำเป็น
และไม่ได้มีผลกับเรื่องเรียน เหมือนเมื่อก่อน …. แต่ก็มีความสุขดี
อยู่กับตัวเองและให้เวลากับตัวหนังสือมาก
อ่านหนังสือมาก… พอสมควร จนบางทีคิดว่า เราติดไปซะแล้ว
ว่างมากๆก็ดี จะได้อ่านหนังสือ ฮ่าๆ
ความรู้สึกเวลาอ่าน เหมือนได้เติมความคิดอะไรใส่สมองเยอะดีคะ
ว่างมากเป็นเหตุ…
สาเหตุจากการอ่านหนังสืออีกเช่นกัน
ทำให้มีความสนใจทางด้านทัศนศิลป์ขึ้นมา…
เริ่มค้นหางานศิลปะต่างๆ
ทุกๆคนคงรู้จักกันดีกับงานของ Yoshitomo Nara
ซึ่งเห็นหลายๆคนชอบๆ แฟนๆกระขายอยู่ทั่วโลก
ตัวเองก็แอบเป็นแฟนคลับด้วยเช่นกัน …
ความรู้สึกส่วนตัว เหมือนมีคำว่า Less is More ปรากฏอยู่ในภาพ
หรือสะท้อนความสงบนิ่งในปรัชญาเซน ของชาวญี่ปุ่น
ใบหน้าแต่ละใบหน้าใช้เส้นที่น้อยชิ้น ไม่ฟุ่มเฟือย โทนสีที่เรียบง่าย
แต่สื่อความหมายและความรู้สึกได้ดี ..
เมื่อรู้จักงานของชาวต่างชาติแล้ว ..
ก็เริ่มจะค้นหางานของคนไทย
อ่านหนังสืออีกเช่นกันคะ
นั่นคือ มล.จิราธร จิระประวัติ ศิลปินและดีไซเนอร์
ลักษณะลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์และดูสดใสไปอีกแบบ …
ชื่นชอบเหมือนกันคะ …
เป็นต้นเหตุให้วันนี้..
วันนี้เดินไปหา อ.โต (ขอเรียกโดยความนับถือ)
ไปที่ร้าน Chiratorn ถ.วิทยุ
แต่ไม่พบใครนอกจากคุณพี่ผู้หญิง
เลยสอบถามข้อมูล โน่น นี่
สรุปแล้ว ค่าเรียน ชม.ละ 250 บาท
(ปุ้มนั่งหารเอง ฮ่าๆ)
ก็เป็นราคาปกติของการเรียนแบบตามสถาบันต่างๆ
ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา ว่ายังไงดี
ดูเงินเก็บในกระเป๋าสตางค์ด้วย
ตอบโจทย์ให้กับตัวเองในหลายๆเรื่องด้วย
ที่อยากเรียนเพราะ อยากวาดรูป ไม่มีอะไรเลย ..
ขอแค่มีความสุข … ก็พอใจแล้ว
แต่ถ้าจะเอาคำตอบนี้ไม่ตอบกับพ่อแม่คงไม่ได้แน่ๆ
พ่อคงตาแดงก่ำ ว่าแกไม่คิดถึงความมั่นคงเลยหรือไง …
เพราะทุกวันนี้ก็โดนกรอกหูให้ทำงานรัฐบาลอยู่เป็นประจำ
พ่อจ๋า..จริงๆคิดไว้ว่า อยากเรียนต่อศิลปกรรม (fine art)
อาจจะดูเบี่ยงเบนไปสักนิด แต่ก็คิดว่าที่อยากเรียน เพราะอยากเรียน
อยากได้ความรู้จริงๆ และคิดว่า เอาหน่าหางานได้อยู่แล้ว …
คำตอบที่รองลงมา ถ้าตอนนั้นเรียนจบปริญญาโทอีกครั้งแล้วยังหางานไม่ได้จะทำยังไง
จะตอบว่า .. จะยอมไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยให้แม่ภูมิใจ ฮ่าๆ
(ยอมรับความไม่มั่นคงในปัจจุบัน)
ยังไงก็จะลองหาลู่ทางดู
เพราะต้องทำ Portfolio สำหรับเรียนต่อเป็นงานเรขะศิลป์
จบข่าว เล่าเรื่อง ชีวิตว่างๆ คนหางานทำ … ( แอบยังไม่อยากทำงาน ฮ่าๆ )
ทุกอย่างในความคิดก็มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ
มองรอบๆกาย คนบางคนคิดที่จะเป็นแบบนั้น แบบนี้มากมาย
บางคนลำบากกว่าเราก็มี แต่เค้าก็เลือกอะไรไม่ได้มากนัก
บางคนเลือกที่จะอยู่อย่างมีความสุขก็มีถมไป …
เราไม่อยากจะเครียดอีกแล้ว ..ถึงจะจริงกับเรื่องที่ทำตรงหน้า
แต่ก็พยายามจะไม่คิดอะไรมาก .. เพราะไม่อยากคิดมากอีก
ไม่ต้องคิดว่า อะไรคือสุข …….. มันสุขอ่ะ
3.จะย้ายแล้วนะ กลับไปอยู่บ้าน (เทพารักษ์)
คงไม่ค่อยได้เล่นอินเตอร์เนตบ่อยๆแบบนี้ …
แต่ก็ดี ..ตื่นเช้า ตอนเย็น ได้กินข้าวกับพ่อและแม่ทุกวัน
(ข้าวสวยร้อนๆ ผัดผักอร่อยๆ ต้มจืดกลมกล่อม)
แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เกาะพ่อกับแม่ไปสักระยะ
เมื่อถึงเวลาอะไรที่ลงตัวมากกว่านี้ ….
ก็คงตัดสินใจอีกที ….
ดีใจจังที่จะได้อยู่บ้าน… ก็มันสุขอ่ะ ..^^
memo : ถ้าทำในสิ่งที่เรารักแล้วผลมันก็จะออกมาดีเสมอ ….
ทั้งหมดนี่มันเป็นเรื่องที่เราต้องตอบตัวเองให้ได้ และหาตัวเองให้เจอ ทำอะไรจะได้มั่นใจ และชัดเจนมากกว่านี้
อาทิตย์ 00.10
สวัสดีวันอาทิตย์
เราเคยพบกันมานานเท่าไหร่แล้ว เธอวนไปวนมาแบบนี้ไม่เบื่อบ้างหรอ
เธอไม่เคยหยุดพักเลยสักวัน ..
เธอเหนื่อยหรือท้อบ้างไหม ..
แล้วคิดถึงวันเสาร์หรือเปล่า
ไม่หรอกจ้ะ … เพราะเดี๋ยวเราก็เจอกันใหม่
เ ร า เ ดิ น หั น ห ลั ง ใ ห้ กั น . . . . . . . . . . . . . . .
โ ด ย ที่ ไ ม่ รู้ ว่ า เ ร า จ ะ เ จ อ กั น อี ก เ มื่ อ ไ ห ร่
ไม้สดเมื่อวานของเรา…
พัก
ต้องสารภาพว่า สัปดาห์นี้ไม่ได้กรอกใบสมัครทิ้งไว้ที่ไหนเลย
ด้วยความอยากพักและคิดว่า บางสิ่งบางอย่างมันขาดหายไป
เพราะตอนช่วงที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาลุกล้ำอาณาเขตพื้นที่
ทำให้ความคิดและการกระทำต่างๆที่อยากทำ
มีกรอบต่างๆ เข้ามาให้รู้สึกมากมาย
แต่หลังจากบุคคลภายนอกได้เปิดประตูออกจากพื้นที่
อาการอยากพักผ่อนหรือตามใจตัวเองมันก็กลับคืนมา
หรือที่เรียกว่า ขี้เกียจนั่นเอง
จะเรียกว่าขี้เกียจก็คงไม่ใช่หรอก
เพราะว่ารู้สึกว่าเดินทางทุกวัน ไม่ได้มีเวลาอยู่กับตัวเองเลย
เวลาของสัปดาห์นี้จึงถูกชดเชยเข้าสู่ความพึงพอใจ อย่างไร้เหตุผล
และแฝงด้วยอารมณ์ของความหวัง ความกังวลเล็กๆน้อยๆถึงมาก
เมื่อวานอยู่กับหนังสือมากกว่าสิบชั่วโมง
ไปร้านหนังสือแต่เช้า เพิ่งรู้ว่าตนเองมีความสุขก็คราวนี้
ได้ไปสัมผัสแตะเนื้อต้องตัวกันนิดๆหน่อยๆ
อ่านความคิดขอองเธอนิดๆ และสุดท้ายก็เอาเธอกลับมาสู่
โลกของหนังสือที่หัวเตียง
นั่งอยู่ได้มากกว่าสามชั่วโมง ที่ร้านนั่น
โชคดีที่เจ้าของร้านใจดี ทำมุมอ่านนิทานให้กับเด็กๆ
แต่กลายเป็นมุมอ่านนิทานเรื่องยาวของเราไปซะนี่
เมื่อจับจ่ายหนังสือบางเล่มเข้ากระเป๋าอย่างสบายใจ
ก็เดินต่อไปเรื่อยๆอีก ไปสถานที่ๆนั่งอ่านหนังสือได้อีกที่หนึ่ง
เดี๋ยวนี้ไปที่นั่นเกือบจะวันเว้นวัน
ไปหยิบๆจับๆ อ่านหนังสือโน่น นี่ นั่น
บางครั้งก็ใช้สิทธิในการยืม
ยืมหนังสือกลับมาอ่านที่ห้องอีกคราวละหลายๆเล่ม
ก็มีความสุขดี
อืม…
เมื่อวานเดินเข้าห้างสรรพสินค้าตามปกติ
ดันเผลอไปสบตากับอาชีพหนึ่งอาชีพเข้า
เค้าเลยเดินเข้ามาถามว่า…..
“ขอสอบถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ
แค่สามคำถามเท่านั้น ไม่ได้หลอกลวงอะไรเลยครับ”
แต่เราก็ได้พยายามตอบปฏิเสธไปว่า “ไม่คะ ไม่คะ”
และก็รีบเดินๆหนี จนจะถึงบันไดเลื่อนแล้ว
เค้าก็ยังเดินตามและพูดกรอกใส่หูตลอดเวลา
ด้วยนิสัยเสีย จึงตอบกลับไปว่า
”อย่าตื้อเลยคะ…ยังไงก็ไม่….”
อืม กลับมานั่งคิดว่า เราพูดกับเค้าไม่ดีเลย
แต่ก็ไม่รู้จะปฎิเสธยังไงดี ในเมื่อบอกว่า “ไม่” ไปแล้วก็ยังตามตื้ออีก
จะพูดตามความเป็นจริงเราควรจะเข้าใจในลักษณะอาชีพของเค้า
ในการเก็บข้อมูลหรืออะไรก็แล้วแต่…
คำพูดของเราอาจจะทำให้เค้าท้อแท้หรือเปล่า
ยังไงก็ขอโทษนะคะ ที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ดี
แต่ก็ให้เกียรติคนธรรมดาอย่างเราบ้างก็ดีนะคะ
เราตอบตรงคำถามแล้วว่า ไม่ได้ ยังจะตามอีก
เราไม่ได้ถือตัว หรือว่าหยิ่งอะไรนะ
แต่เรื่องส่วนตัว บางครั้งมันก็คือเรื่องส่วนตัว
ไม่ต้องการบอกกล่าวใครจริงๆ
ขอโทษนะคะ…
เอาใจเขามาใส่ใจเรา…
แต่คราวหน้ายังไงก็เดินหนี ….ฮ่าๆ
ก็ไม่ชอบบอกจริงๆนี่หน่า
จะมายุ่งอะไรกับกิจวัตรประจำวันของเราหละ…
not at all

มึนๆ
ตอนแรกตั้งใจจะทำ portfolio อีกรอบ
มีผู้ที่ช่วยออกความคิดเห็นว่า มันดูยาก ..
โดยส่วนตัวแล้วนึกถึงการ presentation
ที่แตกต่างออกไปจากเดิมมากกว่า …
แต่ถ้ามองในมุมมองของคนอืายอาจจะดูยากไปจริงๆก็ได้
ก็ต้ิองยอมฟังความคิดเห็น…
ลองปรับดูเมื่อคืนเหมือนกันคะ ..
แต่ทำไปทำมารู้สึก
ฮือๆ ทำไมต้องมาย่ำอยู่กับที่ด้วยเนี่ย…
มาปรับรูปซ้ำๆ rotate รูปซ้ำๆ แก้หรือพิมพ์ข้อความซ้ำ
เหมือนย้ำอยู่กับที่เลย….
เฮ้อ… สู่ทำงานเพิ่มแล้วเอารูปมาใส่ดีกว่า ..อิอิ
a lighthouse
ถามตัวเองทุกๆครั้งว่า ” ไปอยู่ ณ จุดไหนแล้วเราจะรู้สึกมีความสุข… “
เพราะการจะเลือกหาจุดเริ่มต้นแต่ละครั้ง
ก็มีบ้างบางมุมที่จะต้องถูกขบคิดและไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน…
ว่าอยากทำจริงๆหรือเปล่า อยากเป็นแบบนั้นหรือไม่…
อยู่กลางทะเลอย่างนี้ ได้เห็นประภาคารสักนิดก็คงจะดี …^^
keep walking

กึกๆหงึกๆงอๆ