เลือกเอง
ชีวิตยังคงก้าวเดินและเริ่มต้น …
ดีใจหว่ะ …
เฮ้ย…ขอบคุณแกมากนะเว้ย ..
เชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองเลือก และมั่นใจมากขึ้น
อายุ 25 แล้วนิ จะคิดอย่างเดียวคงไม่พอแล้ว
ต้องทำเลย ขอใช้ชีวิตให้เต็มที่ก่อนนะ
มั่นใจมากขึ้น เชื่อมั่นในตัวเอง
ไม่ได้บู่มบ่าม รอบคอบมากขึ้น
เลือกที่จะทำให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นทีละเล็กทีละน้อย
ประดิษฐ์ประดอยและใจเย็น ..
เติบโตและชื่นชม หลงรัก
ความเป็นอยู่
just move
stop motion as stop action or frame-by-frame
หยุดเคลื่อนไหว แต่ไม่เหยุดเคลื่อนที่
“Once” In a lifetime chance
I don't know you But I want you All the more for that Words fall through me And always fool me And I can't react And games that never amount To more than they're meant Will play themselves out Take this sinking boat and point it home We've still got time Raise your hopeful voice you have a choice You've made it now Falling slowly, eyes that know me And I can't go back Moods that take me and erase me And I'm painted black You have suffered enough And warred with yourself It's time that you won Take this sinking boat and point it home We've still got time Raise your hopeful voice you had a choice You've made it now Take this sinking boat and point it home We've still got time Raise your hopeful voice you had a choice You've made it now Falling slowly sing your melody I'll sing along __________________________________________
เพลง Falling Slowly
จากภาพยนตร์ Once
ไม่อยากเป็นแบบนี้
New Year
New You
ไม่อยากจะมองในมุมมองที่ไม่ดีเลยนะ
อยากเป็นคนธรรมดา เข้าใจไหม …
ไม่ชอบนะ ทำแบบนี้
……………..
Esthetic will lost
come back again plases…
objectified
“About the trailer: the voices belong to Jonathan Ive, Andrew Blauvelt,
Marc Newson, and Karim Rashid.
The song is ‘I Like Van Halen Because My Sister Says They Are Cool’
by our friends El Ten Eleven,
from their new record These Promises Are Being Videotaped
And the font used in the trailer is Akzidenz Grotesk! “
credit : http://www.vimeo.com/
Why ?
Why ?
Why are they like that ?
____________________________________________________________
the movie ended…but life is goes on.
We believe that the energy here can be tranformed
into some creations in the future.
อืม
งาน งาน งาน
คุณค่า คุณค่า
ปีใหม่ ปีใหม่
ตั้งใจจะเขียนถึงหนังสือ
ตั้งใจจะเขียนถึงหนังสือ
เคยนึกสังเกตตัวเองและมองย้อนกลับไปเหมือนกัน
เมื่อก่อนหยิบหนังสือเล่มนี้เพราะอะไร
หยิบอ่านเพราะเนื้อหาข้างใน หรือหยิบอ่านเพราะผู้เขียน
ผู้ประพันธ์ หรือหยิบอ่านจากรูปลักษณ์ของปกที่สวยงาม
คิดในทางกลับกัน เวลาที่เดินสวนเสไปในร้านหนังสือ
มักจะไม่มีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขในการหยิบ
โดยหลักๆ จะมาจากชื่อหนังสือและเนื้อหาก่อนมากกว่า
และค่อยมารูปแบบที่สะดุดตา น่าค้นหาและน่าสนใจ….
ไม่คิดเหมือนกันว่าทุกวันนี้จะเป็นคนที่ติด(ร้าน)หนังสือ
ได้มากขนาดนี้ …อ่านทุกวันวันละนิดวันละหน่อย
จนบางครั้งมาถึงจุดจุดหนึ่งที่บอกตัวเองว่า ชั้นจะพักแล้ว..
ขอไปทำอะไรที่นอกจากอ่านหนังสือบ้าง..
แต่..ผ่านไปไม่กี่วัน อดใจไม่ได้
ต้องออกนอกเส้นทางทุกที…
…………………………………………………….
เคยตั้งคำถามกับตัวเองขึ้นมาว่า
ทำอะไรแล้วทำให้ฉันเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด
” อ่าน “
มีวันหนึ่งเกิดความไม่เข้าใจ
และออกจะฉุนนิดๆ กับความคิดเห็นของบุคคลอื่น
เขาเดินเข้ามาพูดอะไรสักอย่างกับหนังสือที่เขาเขียน
ซึ่งจะมีแนวทางและเรื่องราวที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้
และเขาถามเรากลับมาว่า ” คุณอ่านเรื่องนั้นรึยัง “
เราตอบกลับไปว่า ” ยังไม่ได้อ่านคะ เพราะกำลังอ่านนิยายอยู่ “
เขาพูดกับเราอีกว่า ” คุณอยู่แต่ในโลกของความฝัน … “
อืม………………………
อ่านจบ
วางลง
ก็ไม่ได้หยิบมาอ่านอีก…
___________________________________________
เว้า
ผมไม่แปลกใจเลยครับ
ที่คุณเป็นมนุษย์บ้าคลั่งถึงเพียงนี้
ทุกครั้งที่ผมได้คุยกับคุณมีเรื่องราวที่แปลกประหลาดเกินขึ้น
คุณมันบ้าไปแล้ว…..
กับเรื่องราวที่คุณได้กระทำลงไป
ผมพอจะเข้าใจในบางแง่มุมที่คณต้องการสื่อสาร
แต่ในความเป็นจริง
จังหวะและโอกาสที่คุณเองมีน้อยนิด
คุณไม่สามารถเดินทางเข้าไปถึงจุดๆนั้นเลย
ด้วยความแปลกประหลาดบกพร่องเว้าแหว่งในตัวคุณ
บางครั้งทำให้ผมรู้สึกประทับใจ
แต่ในทางกลับกันผมเองต้องเคารพในความเป็นคุณ
ที่สามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้อย่างชัดแจ้ง
ผมมักจะเป็นคนกักเก็บความรู้สึก ซึ่งบางทีปิดได้ไม่มิดนัก
ในทางตรงกันข้ามคุณสามารถแสดงความรู้สึกได้ออกมาอย่างจริงใจ
ทั้งๆที่ผมรู้สึกได้ว่าคุณกำลังซ่อนหรือปกปิดบางสิ่งอยู่
คุณบอกผมว่า มีความสุขว่ะ… (สิ่งที่คุณทิ้งไว้ในครั้งสุดท้ายก่อนจากลา)
กระผมจะถามคุณกลับไปว่า ความสุขคืออะไร
ทราบได้อย่างไรว่า ผมไม่มีความสุข
ผมต้องสะท้อนกลับไปตามความสัตย์จริงที่ว่า
บางครั้งผมไม่มีความสุข และบางครั้งผมมีความสุข
ซึ่งมันไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่ผมเป็นอยู่จะไม่มีความสุข
ผมต้องยอมรับในจุดจุดนั้นแต่คงไม่ใช่ทั้งหมด
ตอนนี้ผมต้องขอโทษจริงๆ
ผมไม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นวิถีชีวิตของใคร
แต่ที่คุณบอกผม ก็เข้าใจ และรับทราบในความหวังดี
สุดท้ายแล้วครับ
ผมจะสิ่งดีๆเท่าที่คนอย่างผมพอจะทำให้คุณได้ ..
ผมคงทำได้แค่เท่าที่ทำได้จริง
คงไม่อาจจะเอื้อมมือล่วงเกินไปก้าวกาย
บางส่วนในความรู้สึกของคุณ
ผมยอมรับว่าผมป๊อด ….
ผมเองก็ไม่อยากจะทำให้คุณต้องอึดอัดลำบากใจ
หรือเดินทางห่างจากผมไปอีก ..
ผมขอแค่ได้ให้…. โดยไม่หวังความรู้สึกใดๆตอบแทน
คิดถึงคุณ
ผมเองก็บกพร่องและเว้าแหว่งเช่นกัน
091124
ห่างหายจากคุณไปนานเลยนะ
ปุ้มต้องบอกตามตรงว่า
บางทีก็แอบไปขีดเขียนข้อความลงสมุดจดบ้างเป็นครั้งคราว
เหตุผลที่สำคัญ คือ ปุ้มเองจะสามารถจดหรือเขียนเวลาไหนก็ได้
ข้อสอง ไม่อยากให้ลายมือที่มีต้องหายไป
ช่วงสอบหรือติว กส รู้สึกได้เลยว่ามือขาดการหัดเขียน
เราคงจะใช้เครื่องจักรกันมากเกินไป ดินสอไม้ ยางลบ กบเหลาดินสอ
อาจจะเป็นสิ่งที่หายากลงไปทุกที…
แต่ทุกครั้งที่เขียนหรือบันทึกบางเรื่องลงในสมุดจด
ก็ทำให้รู้สึกดี เพราะเรื่องบางเรื่องตัวอักษรที่ผ่านเครื่องพิมพ์
ก็ไม่สามารถเล่าถึงหรือกล่าวระบายได้ดีไปกว่าลายเส้นที่ผ่านประสาทสัมผัส
คงสรู้สึกดีไม่น้อย แต่เหตุผลที่ไม่ชอบเขียนลงสมุด
เพราะ คนที่บังเอิญมาเปิดอ่านหรือเห็นแล้วจงใจอ่านนี่สิ
ทำให้เสียความรู้สึกหรือขาความไว้วางใจกันเลยทีเดียว
ช่วงนี้ วันที่ 24 พฤศจิกายน อากาศเริ่มเย็นลงทีละนิดแล้ว
มีแต่คนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอากาศเป็นทิวแถวว่า อากาศดี
ไม่ปฎิเสธคะ ฤดูแห่งความขี้เกียจ และง่วงหนาวหาวนอน
แต่ในทางกลับกันเป็นฤดูที่ทำให้คนบางคนเหงาได้จับใจเช่นกัน
(เขียนเพราะเพื่อนข้างๆตัวบ่นว่า อยากมีเมีย ไม่อยากมีแฟนนะ
ย้ำว่า เพื่อนอยากมีเมีย …)
สำหรับปุ้มนะหรอ อากาศแบบนี้อยากจะไปท่องเที่ยวถ่ายรูปที่สุด
กลางคืนอยากจะปิดไฟที่บ้านให้มืดสนิทและนั่งมองดวงจันทร์ให้ทะลุถึงเนปจูนไปเลย
ปีใหม่ปีนี้คงกลับบ้านที่สุโขทัยอีกเช่นเคย ปุ้มดีใจนะ ที่ได้กลับบ้าน
เพราะรู้สึกตัวว่าเราอยู่กับความวุ่นวายมากเกินไปแล้ว
อยากพักให้ประสาทสัมผัสได้รับรู้ธรรมชาติและโลกด้านอื่นๆบ้าง ..
ปีใหม่กิจกรรมที่บ้านของปุ้มทำทุกปีคือ
คุณแม่จะจุดเทียนเวลาเที่ยงคืนของวันที่สามสิบเอ็ดธันวาคมรอบบ้าน เยอะมาก
จนไม่จำเป็นที่เราจะต้องใช้แสงสว่างจากขั้วประจุไฟฟ้าอีก
ที่สำคัญบ้านของปุ้มอยู่ไม่ห่างจากวัดประจำเมืองมาก
จะได้ยินเสียงของพระสวดมนตร์ตอนเวลาเที่ยงคืน
เพื่ออวยพรและต้อนรับวันปีใหม่ ….
แอบคิดในใจถึงแม้จะเป็นประเพณีธรรมดา …
แต่ก็.. ให้ความรู้สึกที่ดีนะ ..
โตมาจนปัจจุบันนี้ เรื่องบางเรื่องลูกต้องขอบพระคุณคุณแม่มาก
ที่เป็นตัวอย่างที่ดีและไม่ดีในบางเรื่อง
ให้เราได้มองเห็นและอธิบายให้เข้าใจ
(ต้องยอมรับนะว่ามนุษย์ทุกคนไม่สมบูรณ์และต่างก็เว้าแหว่ง)
แต่มองในทางกลับกัน
ปีใหม่สักปีนึง ปุ้มอาจจะอยากอยู่กรุงเทพบ้าง
คงจะให้ความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง
สงสัยต้องชวนคุณแม่มาเที่ยวซะแล้ว.. ลองดูปีหน้านะ
ปีใหม่แล้ว เรื่องที่ตั้งใจอะไรไว้
ทำไปบ้างแล้วหรือยัง
มีอะไรที่ทำไม่ได้บ้าง
ที่สำคัญต้องวางแผนแล้วหละว่าจะทำอะไร
ปุ้มมีบางเรื่องที่คิดอยู่เหมือนกันว่าควรจะทำดีไหม ..
แต่คิดว่าจะทำนะ เพราะหลังปีใหม่เราจะได้ไม่ต้องไปคิดอะไรถึงมันอีก
เราจะค่อยๆตัดเรื่องในสมองออกไปทีละเรื่อง
ซึ่งก็ควรจะต้องทำให้ได้..
Takecare









ความเห็นล่าสุด