365 Days : 8,760 hr.

life must go on

ถ้า

leave a comment »

ก็หลายอย่างอยู่

1.สำหรับวันเวลาที่ผ่านมาของการหางานทำ หลังจากเรียนจบ
หางานยากพอสมควร ..การสอบถามจากเพื่อนในห้อง
แต่ละคนมีไปสัมภาษณ์ที่โน่นบ้าง ที่นี่บ้าง
บางคนนัดวันเดียวกัน แต่คนละเวลาก็มี . .
แต่ผลก็คือ เงียบๆกันไปทั้งสองฝ่าย
ส่วนเราเองยอบรับว่าเงียบมากกว่า
เพราะไปสมัครแต่ละที่ทิ้งไว้เหมือนกัน
แต่ยังไม่มีที่ไหนที่เรียกสัมภาษณ์แบบจริงจัง
นอกจากมี สองถึงสาม แห่งที่คุยเลยหลังจากกรอกใบสมัครเสร็จ

เมื่อได้สอบถามจากเพื่อนๆ ที่ไปสัมภาษณ์ก็รู้สึกดีใจด้วย
แต่ก็ต้องกลับมานั่งพิจารณาตัวเองว่า ทำไมเราไม่โดนเรียกบ้าง
พอร์ทยังไม่ดีพอใช่ไหม ..?
หรือว่างานของเรายังไม่ตรงกับที่เค้าต้งอการ..?
หรือว่ากันไปตามโชคชะตา..ก็คงยังไม่ถึงเวลา…?

แต่มานั่งพิจารณาดู (ไม่รู้สิ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะ ..)
ไม่ว่าเราจะทำทีสีสหรือวิทยานิพนธ์อะไรก็มีผลกับเรื่องงานเหมือนกัน
หมายถึงลักษณะอาคารที่มีผลกับงาน
เรื่องสเปซ ความใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ
ทางบริษัทคงดูโดยรวมๆ มากกว่า..
เพราะลองถามเพื่อนแต่ละคนที่โดนเรียกไปสัมภาษณ์ส่วนใหญ่
จะเป็นอาคารที่เป็นอาคารเดี่ยว ลักษณะ commercial เสียมากกว่า…
แถมยังทำ 3d ได้ขั้นเทพอีกด้วย
โดยส่วนตัวแล้ว 3d เป็นเรื่องของงูๆปลาๆ แต่ก็ไม่ได้แย่มาก
เพราะมีความคิดเห็นว่า  3d คือเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ช่วยเราในการออกแบบ
และ presentation ไม่ใช่ทั้งหมดของสถาปัตยกรรม (ความคิดเห็นส่วนตัวนะ)
แต่ถามว่าจำเป็นไหม … จำเป็นพอสมควรคะ ..

….. ตอนนี้ portfolio ได้แก้ไขให้เป็นลักษณะ เอสี่ ที่ดูงานง่ายขึ้น
ตามความคิดเห็นของเพื่อน … ซึ่งเราก็เห็นสมควรตามนั้น…
แก้เสร็จแล้ว ทีนี้ก็จะเริ่มสมัครเพิ่มไปอีก …

ความจริง ก็ยังไม่มั่นใจในตัวเองอยู่ดี ว่างานที่อยู่ใน portfolio มันดี
เพราะถ้าเกรดเฉลี่ยคือคะแนนวัดผล เกรดของเราเอง ก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควร
จะเป็นผลทำให้เราไม่มั่นใจในตัวเอง … แต่ในทุกๆครั้ง ที่ทำงาน
รู้สึกว่า มีความตั้งใจที่สูงมาก… สูงมากๆ สูงมากๆ คิดเยอะมากๆ
แต่เค้าเรียกว่า จบไม่สวย …

แต่ดูโดยรวมก็พอใจจ้า … ไม่ได้คิดมากกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว

 

2. เมื่อมีเวลาว่าง ถึงว่างมาก
รู้สึกพอใจกับชีวิตที่ว่างๆมากเหมือนกัน
ถึงแม้จะมีอาการตึงมือทางด้านการเงิน
เพราะคงจะยากหน่อยถ้าจะขอเงินทางบ้านซื้อของที่ไม่จำเป็น
และไม่ได้มีผลกับเรื่องเรียน เหมือนเมื่อก่อน …. แต่ก็มีความสุขดี
อยู่กับตัวเองและให้เวลากับตัวหนังสือมาก
อ่านหนังสือมาก… พอสมควร จนบางทีคิดว่า เราติดไปซะแล้ว
ว่างมากๆก็ดี จะได้อ่านหนังสือ ฮ่าๆ
ความรู้สึกเวลาอ่าน เหมือนได้เติมความคิดอะไรใส่สมองเยอะดีคะ

ว่างมากเป็นเหตุ…
สาเหตุจากการอ่านหนังสืออีกเช่นกัน
ทำให้มีความสนใจทางด้านทัศนศิลป์ขึ้นมา…
เริ่มค้นหางานศิลปะต่างๆ
ทุกๆคนคงรู้จักกันดีกับงานของ Yoshitomo Nara
ซึ่งเห็นหลายๆคนชอบๆ แฟนๆกระขายอยู่ทั่วโลก
ตัวเองก็แอบเป็นแฟนคลับด้วยเช่นกัน …
ความรู้สึกส่วนตัว เหมือนมีคำว่า Less is More ปรากฏอยู่ในภาพ
หรือสะท้อนความสงบนิ่งในปรัชญาเซน ของชาวญี่ปุ่น
ใบหน้าแต่ละใบหน้าใช้เส้นที่น้อยชิ้น ไม่ฟุ่มเฟือย โทนสีที่เรียบง่าย
แต่สื่อความหมายและความรู้สึกได้ดี ..

เมื่อรู้จักงานของชาวต่างชาติแล้ว ..
ก็เริ่มจะค้นหางานของคนไทย
อ่านหนังสืออีกเช่นกันคะ
นั่นคือ  มล.จิราธร จิระประวัติ ศิลปินและดีไซเนอร์
ลักษณะลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์และดูสดใสไปอีกแบบ …
ชื่นชอบเหมือนกันคะ …
เป็นต้นเหตุให้วันนี้..
วันนี้เดินไปหา อ.โต (ขอเรียกโดยความนับถือ)
ไปที่ร้าน Chiratorn ถ.วิทยุ
แต่ไม่พบใครนอกจากคุณพี่ผู้หญิง
เลยสอบถามข้อมูล โน่น นี่
สรุปแล้ว ค่าเรียน ชม.ละ 250 บาท
(ปุ้มนั่งหารเอง ฮ่าๆ)
ก็เป็นราคาปกติของการเรียนแบบตามสถาบันต่างๆ
ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา ว่ายังไงดี
ดูเงินเก็บในกระเป๋าสตางค์ด้วย
ตอบโจทย์ให้กับตัวเองในหลายๆเรื่องด้วย

ที่อยากเรียนเพราะ อยากวาดรูป ไม่มีอะไรเลย ..
ขอแค่มีความสุข … ก็พอใจแล้ว
แต่ถ้าจะเอาคำตอบนี้ไม่ตอบกับพ่อแม่คงไม่ได้แน่ๆ
พ่อคงตาแดงก่ำ ว่าแกไม่คิดถึงความมั่นคงเลยหรือไง …
เพราะทุกวันนี้ก็โดนกรอกหูให้ทำงานรัฐบาลอยู่เป็นประจำ
พ่อจ๋า..จริงๆคิดไว้ว่า อยากเรียนต่อศิลปกรรม (fine art)
อาจจะดูเบี่ยงเบนไปสักนิด แต่ก็คิดว่าที่อยากเรียน เพราะอยากเรียน
อยากได้ความรู้จริงๆ และคิดว่า เอาหน่าหางานได้อยู่แล้ว …
คำตอบที่รองลงมา ถ้าตอนนั้นเรียนจบปริญญาโทอีกครั้งแล้วยังหางานไม่ได้จะทำยังไง
จะตอบว่า .. จะยอมไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยให้แม่ภูมิใจ ฮ่าๆ
(ยอมรับความไม่มั่นคงในปัจจุบัน)
ยังไงก็จะลองหาลู่ทางดู
เพราะต้องทำ Portfolio สำหรับเรียนต่อเป็นงานเรขะศิลป์
จบข่าว เล่าเรื่อง ชีวิตว่างๆ คนหางานทำ … ( แอบยังไม่อยากทำงาน ฮ่าๆ )
ทุกอย่างในความคิดก็มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ
มองรอบๆกาย คนบางคนคิดที่จะเป็นแบบนั้น แบบนี้มากมาย
บางคนลำบากกว่าเราก็มี แต่เค้าก็เลือกอะไรไม่ได้มากนัก
บางคนเลือกที่จะอยู่อย่างมีความสุขก็มีถมไป …

เราไม่อยากจะเครียดอีกแล้ว ..ถึงจะจริงกับเรื่องที่ทำตรงหน้า
แต่ก็พยายามจะไม่คิดอะไรมาก .. เพราะไม่อยากคิดมากอีก
ไม่ต้องคิดว่า อะไรคือสุข  …….. มันสุขอ่ะ

 
3.จะย้ายแล้วนะ กลับไปอยู่บ้าน (เทพารักษ์)
คงไม่ค่อยได้เล่นอินเตอร์เนตบ่อยๆแบบนี้ …
แต่ก็ดี ..ตื่นเช้า ตอนเย็น ได้กินข้าวกับพ่อและแม่ทุกวัน
(ข้าวสวยร้อนๆ ผัดผักอร่อยๆ ต้มจืดกลมกล่อม)
แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เกาะพ่อกับแม่ไปสักระยะ
เมื่อถึงเวลาอะไรที่ลงตัวมากกว่านี้ ….
ก็คงตัดสินใจอีกที ….

ดีใจจังที่จะได้อยู่บ้าน… ก็มันสุขอ่ะ ..^^

memo :  ถ้าทำในสิ่งที่เรารักแล้วผลมันก็จะออกมาดีเสมอ ….

ทั้งหมดนี่มันเป็นเรื่องที่เราต้องตอบตัวเองให้ได้ และหาตัวเองให้เจอ ทำอะไรจะได้มั่นใจ และชัดเจนมากกว่านี้

Written by lq19

พฤษภาคม 21, 2009 ที่ 6:31 pm

บันทึกโพสใน ครอบครัว, คิด, เรื่อยๆ

ใส่ความเห็น