365 Days : 8,760 hr.

life must go on

Archive for the ‘ครอบครัว’ Category

ถ้า

without comments

ก็หลายอย่างอยู่

1.สำหรับวันเวลาที่ผ่านมาของการหางานทำ หลังจากเรียนจบ
หางานยากพอสมควร ..การสอบถามจากเพื่อนในห้อง
แต่ละคนมีไปสัมภาษณ์ที่โน่นบ้าง ที่นี่บ้าง
บางคนนัดวันเดียวกัน แต่คนละเวลาก็มี . .
แต่ผลก็คือ เงียบๆกันไปทั้งสองฝ่าย
ส่วนเราเองยอบรับว่าเงียบมากกว่า
เพราะไปสมัครแต่ละที่ทิ้งไว้เหมือนกัน
แต่ยังไม่มีที่ไหนที่เรียกสัมภาษณ์แบบจริงจัง
นอกจากมี สองถึงสาม แห่งที่คุยเลยหลังจากกรอกใบสมัครเสร็จ

เมื่อได้สอบถามจากเพื่อนๆ ที่ไปสัมภาษณ์ก็รู้สึกดีใจด้วย
แต่ก็ต้องกลับมานั่งพิจารณาตัวเองว่า ทำไมเราไม่โดนเรียกบ้าง
พอร์ทยังไม่ดีพอใช่ไหม ..?
หรือว่างานของเรายังไม่ตรงกับที่เค้าต้งอการ..?
หรือว่ากันไปตามโชคชะตา..ก็คงยังไม่ถึงเวลา…?

แต่มานั่งพิจารณาดู (ไม่รู้สิ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะ ..)
ไม่ว่าเราจะทำทีสีสหรือวิทยานิพนธ์อะไรก็มีผลกับเรื่องงานเหมือนกัน
หมายถึงลักษณะอาคารที่มีผลกับงาน
เรื่องสเปซ ความใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ
ทางบริษัทคงดูโดยรวมๆ มากกว่า..
เพราะลองถามเพื่อนแต่ละคนที่โดนเรียกไปสัมภาษณ์ส่วนใหญ่
จะเป็นอาคารที่เป็นอาคารเดี่ยว ลักษณะ commercial เสียมากกว่า…
แถมยังทำ 3d ได้ขั้นเทพอีกด้วย
โดยส่วนตัวแล้ว 3d เป็นเรื่องของงูๆปลาๆ แต่ก็ไม่ได้แย่มาก
เพราะมีความคิดเห็นว่า  3d คือเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ช่วยเราในการออกแบบ
และ presentation ไม่ใช่ทั้งหมดของสถาปัตยกรรม (ความคิดเห็นส่วนตัวนะ)
แต่ถามว่าจำเป็นไหม … จำเป็นพอสมควรคะ ..

….. ตอนนี้ portfolio ได้แก้ไขให้เป็นลักษณะ เอสี่ ที่ดูงานง่ายขึ้น
ตามความคิดเห็นของเพื่อน … ซึ่งเราก็เห็นสมควรตามนั้น…
แก้เสร็จแล้ว ทีนี้ก็จะเริ่มสมัครเพิ่มไปอีก …

ความจริง ก็ยังไม่มั่นใจในตัวเองอยู่ดี ว่างานที่อยู่ใน portfolio มันดี
เพราะถ้าเกรดเฉลี่ยคือคะแนนวัดผล เกรดของเราเอง ก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควร
จะเป็นผลทำให้เราไม่มั่นใจในตัวเอง … แต่ในทุกๆครั้ง ที่ทำงาน
รู้สึกว่า มีความตั้งใจที่สูงมาก… สูงมากๆ สูงมากๆ คิดเยอะมากๆ
แต่เค้าเรียกว่า จบไม่สวย …

แต่ดูโดยรวมก็พอใจจ้า … ไม่ได้คิดมากกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว

 

2. เมื่อมีเวลาว่าง ถึงว่างมาก
รู้สึกพอใจกับชีวิตที่ว่างๆมากเหมือนกัน
ถึงแม้จะมีอาการตึงมือทางด้านการเงิน
เพราะคงจะยากหน่อยถ้าจะขอเงินทางบ้านซื้อของที่ไม่จำเป็น
และไม่ได้มีผลกับเรื่องเรียน เหมือนเมื่อก่อน …. แต่ก็มีความสุขดี
อยู่กับตัวเองและให้เวลากับตัวหนังสือมาก
อ่านหนังสือมาก… พอสมควร จนบางทีคิดว่า เราติดไปซะแล้ว
ว่างมากๆก็ดี จะได้อ่านหนังสือ ฮ่าๆ
ความรู้สึกเวลาอ่าน เหมือนได้เติมความคิดอะไรใส่สมองเยอะดีคะ

ว่างมากเป็นเหตุ…
สาเหตุจากการอ่านหนังสืออีกเช่นกัน
ทำให้มีความสนใจทางด้านทัศนศิลป์ขึ้นมา…
เริ่มค้นหางานศิลปะต่างๆ
ทุกๆคนคงรู้จักกันดีกับงานของ Yoshitomo Nara
ซึ่งเห็นหลายๆคนชอบๆ แฟนๆกระขายอยู่ทั่วโลก
ตัวเองก็แอบเป็นแฟนคลับด้วยเช่นกัน …
ความรู้สึกส่วนตัว เหมือนมีคำว่า Less is More ปรากฏอยู่ในภาพ
หรือสะท้อนความสงบนิ่งในปรัชญาเซน ของชาวญี่ปุ่น
ใบหน้าแต่ละใบหน้าใช้เส้นที่น้อยชิ้น ไม่ฟุ่มเฟือย โทนสีที่เรียบง่าย
แต่สื่อความหมายและความรู้สึกได้ดี ..

เมื่อรู้จักงานของชาวต่างชาติแล้ว ..
ก็เริ่มจะค้นหางานของคนไทย
อ่านหนังสืออีกเช่นกันคะ
นั่นคือ  มล.จิราธร จิระประวัติ ศิลปินและดีไซเนอร์
ลักษณะลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์และดูสดใสไปอีกแบบ …
ชื่นชอบเหมือนกันคะ …
เป็นต้นเหตุให้วันนี้..
วันนี้เดินไปหา อ.โต (ขอเรียกโดยความนับถือ)
ไปที่ร้าน Chiratorn ถ.วิทยุ
แต่ไม่พบใครนอกจากคุณพี่ผู้หญิง
เลยสอบถามข้อมูล โน่น นี่
สรุปแล้ว ค่าเรียน ชม.ละ 250 บาท
(ปุ้มนั่งหารเอง ฮ่าๆ)
ก็เป็นราคาปกติของการเรียนแบบตามสถาบันต่างๆ
ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา ว่ายังไงดี
ดูเงินเก็บในกระเป๋าสตางค์ด้วย
ตอบโจทย์ให้กับตัวเองในหลายๆเรื่องด้วย

ที่อยากเรียนเพราะ อยากวาดรูป ไม่มีอะไรเลย ..
ขอแค่มีความสุข … ก็พอใจแล้ว
แต่ถ้าจะเอาคำตอบนี้ไม่ตอบกับพ่อแม่คงไม่ได้แน่ๆ
พ่อคงตาแดงก่ำ ว่าแกไม่คิดถึงความมั่นคงเลยหรือไง …
เพราะทุกวันนี้ก็โดนกรอกหูให้ทำงานรัฐบาลอยู่เป็นประจำ
พ่อจ๋า..จริงๆคิดไว้ว่า อยากเรียนต่อศิลปกรรม (fine art)
อาจจะดูเบี่ยงเบนไปสักนิด แต่ก็คิดว่าที่อยากเรียน เพราะอยากเรียน
อยากได้ความรู้จริงๆ และคิดว่า เอาหน่าหางานได้อยู่แล้ว …
คำตอบที่รองลงมา ถ้าตอนนั้นเรียนจบปริญญาโทอีกครั้งแล้วยังหางานไม่ได้จะทำยังไง
จะตอบว่า .. จะยอมไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยให้แม่ภูมิใจ ฮ่าๆ
(ยอมรับความไม่มั่นคงในปัจจุบัน)
ยังไงก็จะลองหาลู่ทางดู
เพราะต้องทำ Portfolio สำหรับเรียนต่อเป็นงานเรขะศิลป์
จบข่าว เล่าเรื่อง ชีวิตว่างๆ คนหางานทำ … ( แอบยังไม่อยากทำงาน ฮ่าๆ )
ทุกอย่างในความคิดก็มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ
มองรอบๆกาย คนบางคนคิดที่จะเป็นแบบนั้น แบบนี้มากมาย
บางคนลำบากกว่าเราก็มี แต่เค้าก็เลือกอะไรไม่ได้มากนัก
บางคนเลือกที่จะอยู่อย่างมีความสุขก็มีถมไป …

เราไม่อยากจะเครียดอีกแล้ว ..ถึงจะจริงกับเรื่องที่ทำตรงหน้า
แต่ก็พยายามจะไม่คิดอะไรมาก .. เพราะไม่อยากคิดมากอีก
ไม่ต้องคิดว่า อะไรคือสุข  …….. มันสุขอ่ะ

 
3.จะย้ายแล้วนะ กลับไปอยู่บ้าน (เทพารักษ์)
คงไม่ค่อยได้เล่นอินเตอร์เนตบ่อยๆแบบนี้ …
แต่ก็ดี ..ตื่นเช้า ตอนเย็น ได้กินข้าวกับพ่อและแม่ทุกวัน
(ข้าวสวยร้อนๆ ผัดผักอร่อยๆ ต้มจืดกลมกล่อม)
แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เกาะพ่อกับแม่ไปสักระยะ
เมื่อถึงเวลาอะไรที่ลงตัวมากกว่านี้ ….
ก็คงตัดสินใจอีกที ….

ดีใจจังที่จะได้อยู่บ้าน… ก็มันสุขอ่ะ ..^^

memo :  ถ้าทำในสิ่งที่เรารักแล้วผลมันก็จะออกมาดีเสมอ ….

ทั้งหมดนี่มันเป็นเรื่องที่เราต้องตอบตัวเองให้ได้ และหาตัวเองให้เจอ ทำอะไรจะได้มั่นใจ และชัดเจนมากกว่านี้

Written by lq19

พฤษภาคม 21, 2009 at 6:31 pm

บันทึกโพสใน ครอบครัว, คิด, เรื่อยๆ

บริสุทธิ์ใจ

without comments

Photobucket
Photobucket
Photobucket
Photobucket
Photobucket
Photobucket
Photobucket

“  เราจะใช้สิ่งใดเป็นเกณฑ์วัดความผ่องใสแห่งจิต
การจะต้องตรวจสอบจากการกระทำภายนอก
ถ้าสิ่งที่กระทำนั้นสวยงามแต่ยังมีที่ตำหนิ ก็อาจพูดได้ว่า
จิตของเขายังไม่บริสุทธิ์ผ่องใส แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่ความงามจะบังเกิด
เมื่อกระทำการงานด้วยจิตบริสุทธิ์ด้วยความพยายามอย่างไม่ย่อท้อ
เทพเจ้าก็จะประทับตราฉันทานุมัติ ซึ่งเป็นพรประเสริฐ เมื่อเทพเจ้าทรงพอพระทัย
ทรงสัมผัสงานนั้นด้วยพระหัตร์แห่งรัก ความงามก็จะปรากฏ
ความงามเป็นพระพรที่ทวยเทพประทานให้แก่ความพยายาม
ที่กระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจอย่างไม่ย้อท้อ
ขณะประติมากรกำลังจำหลักภาพอย่างไม่คำนึงถึงตัวตน
เขารู้สึกวว่าภาพงดงามนั้นไม่ำด้ถูกจำหลักโดยฝีมือของเขาเอง
เมื่อเขาตอกสิ่วไปจนถึงนาทีสุดท้าย ความงามซึ่งเขาไปรู้มากจากไหน
มาอย่างไร ก็จะปรากฏอยู่ตรงหน้า ถ้าขาดสุทธิจิต หรือความผ่องใสของจิตเสียแล้ว
ศิลปะแห่งเทพเจ้าจะสำแดงตนได้อย่างไร
ความงาม ความน่ารักของภาพ นั้นมิใช่อื่นใด
หากแต่เป็นความงามแห่งจิตวิญญาณของปะติมากรที่ได้เทหลั่งลงในผลงาน
ภาพนั้นคือภาพจิตใจของเราเอง
ถ้าจิตใจเรางาม ภาพซึ่งเป็นสื่อแสดงการกระทำก็จะงดงามไปด้วย
เราจึงควรใช้ความผ่องใสแห่งจิตเป็นตัวตัดสินความบริสุทธิ์ของการกระทำภายนอก
และใช้การกระทำภายนอกเป็นตัวตัดสินความบริสุทิ์ผ่องใสแห่งจิตใจ  “

วิโนภาเว สาวกของคานธี
เขาได้ขยายความคิดนี้ไว้ในหนังสือ  ” สนทนาว่าด้วยคีตะ (Talks on the Kita) “

_____________________________________________________________

จากหนังสือ : ความงามข้ามกาลเวลา Timeless Beauty
เขียน  : จอห์น  เลน
แปล    : สดใส  ขันติวรพงศ์

หนังสือที่ว่าด้วย ความจริง ความดี และความงาม
สัจจะทั้งสามประโยคของเพลโต ซึ่งยากที่จะเข้าใจ
หรือบางทีอาจจะเข้าใจว่าคืออะไร แต่ต้องใช้ความบริสุทธิ์ใจ

ระลึกถึงบ้านด้วยความบริสุทธิ์ใจ….

Written by lq19

เมษายน 28, 2009 at 4:46 pm

บันทึกโพสใน ครอบครัว, หนังสือ

23

without comments

เรื่องที่หนึ่ง
วันนี้ฉันเก็บสิ่งของต่างๆ
มีทั้งนำกลับมาเรียงและจัดวางใหม่ให้เข้าร่องเข้ารอย
ตามกาลเวลาและการใช้งาน
เหมือนกับว่ากำลังนั่ง time machine กลับไปยังเรื่องราวในอดีตอีกครั้ง
ฉันมักจะทำสิ่งของต่างๆ ใช้เองประจำ ตั้งแต่ สมุดจด กระเป๋าดินสอ
ของต่างๆ ที่ให้เพื่อน ในวันปัจฉิมนิเทศ
จริงๆแล้วฉันอาจจะมีความถนัดทางด้านนี้มากกว่าก็ได้

ตอนนี้สถานะทางการเรียนการศึกษา ถึงเวลาที่ต้องเรียกว่า ” ใกล้ถึงเส้นตายเต็มที่ “
ฉันมีเวลาอีก 23 วันสำหรับประดิษฐ์ประดอย และใส่ใจลงไปในรายละเอียด
เวลานี้คำว่า ถูกหรือผิด อาจจะเป็นเรื่องราวลำดับที่สอง ของการศึกษา
แต่การใส่ใจและลงมือทำต่างหาก นั่นคือ สิ่งสำคัญ

ฉันมีความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตนเองดี
ฉันรับรู้ได้ว่า จริงๆแล้ว ฉันเท่านั้นที่รู้ว่า ใจของฉันคิดอะไรอยู่ …

the_mariana_trench_insert

 

 

 

 

 

 

 

 

Mariana Trech คือร่องน้ำที่ลึกที่สุดใน มหาสมุทรแปซิฟิก ..Depth = 6.77 Miles
แต่ขอโทษคุณมาเรียนา คุณคงลึกสู้มนุษย์ทุกคนในโลกนี้ได้

……………………………………………………………………………

เรื่องที่สอง ….
ทิชชู่ ในห้องหมดมาสองวัน
ฉันเริ่มคิดว่า คนสมัยก่อนอยู่กันยังไงฟร่ะ ไม่มีทิชชู่
ฉันคิดต่อว่า … เออ ไม่ซื้อทิชชู่มาใช้ เราต้องทำอะไรบ้าง
คือ อย่ากินขนมหก .. หรือทำน้ำหกเป็นหยด …
เป็นเรื่องที่ต้องระวัง แม้แต่จุดเล็กๆน้อยๆ
ฉันก็ห้ามกินมาม่ากระเด็น ถึงแม้อยากจะซู๊ดดดด … ให้มันสะใจก็ตาม

เฮอะๆ ….. นี่ ฉันก็ระวังแล้วน๊า….
หนึ่งหยด สองหยด สามหยด
โน่นหยด นี่หยด
ผู้ขี้ริ้วผืนเล็ก ถูกทำหน้าที่แทนกระดาษประดิษฐ์
* ucking man !!!
ขี้เกียจซักผ้าขี้ริ้ว
ไปซื้อแกมาก็ได้ฟร่ะ ไอ้คุณทิชชู่ …

………………………………………………………………………………………

 เรื่องที่สาม
วันนี้ฉันต้องออกไป supermaket เพื่อไปซื้อของมาจัดสังฆฑาน
เป็นเรื่องราวของฉันที่วันเกิดจะต้องไปถวายสังฆทานที่วัดกับผู้ปกครองทั้งสองของฉัน

ทุกครั้งฉันจะซื้อสำเร็จ หีบห่อบรรจุในกระถังสีเหลือง
แต่วันนี้ฉันตั้งใจจะทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่ซื้อของจนกระทั้งห่อพลาสติกสีเหลืองเอง

ตอนเด็กๆ ฉันต้องช่วยแม่ของฉันจัดเป็นประจำ
ตามวันเวลาของเทศกาลทางพระพุทธศาสนาในแต่ละปี
ฉันมีหน้าที่จับจีบไว้ให้คงที่และส่วนแม่ต้องเอาริบบิ้นสีเหลืองมามัดให้สวยงาม
หน้าที่มีแค่นี้แหละคะ
แต่ต้องอยู่จนกว่าจะครบเก้าอัน …

ในชีวิต ฉันต้องขอบพระคุณผู้ปกครองทุกคนในครอบครัวของฉัน
ที่อบรมเลี้ยงดูฉันมาอย่างดี ให้เป็นคนที่ดีระดับหนึ่งนะคะ ^^

อีกประมาณหนึ่งวัน ยี่สิบสี่ปีที่แล้ว
แม่ของฉันคงจะตกใจที่ถุงน้ำคร่ำแตก
และพ่อต้องตกใจพาแม่ไปที่ โรงพยาบาลจุฬาฯ
(งงจริงๆ ไปทำอะไรกันแถวนั้นน๊า ทั้งๆ ที่ไกลบ้านเหลือเกิน )
คุณหมอบอกว่า ให้ผ่าเด็กคนนี้ออก ตอนอายุครรภ์เจ็ดเดือน

สุดท้าย โตมา เพื่อนมาล้อกับฉันว่า ว๊าย..เด็กเจ็ดเดือน 555 ….

ฉันรักครอบครัวของฉันมากคะ

I Will /Jon Schmidt/The Beatles

Who knows how long I’ve loved you
You know I love you still
Will I wait a lonely lifetime
If you want me to–I will.

For if I ever saw you
I didn’t catch your name
But it never really mattered
I will always feel the same.

Love you forever and forever
Love you with all my heart
Love you whenever we’re together
Love you when we’re apart.

And when at last I find you
Your song will fill the air
Sing it loud so I can hear you
Make it easy to be near you
For the things you do endear you to me
You know I will
I will

Postscript :  อายุ 23 วันสุดท้าย
และฉันมีเวลาอีก 23 วันในการทำงาน T^T
ลืมบอก…ภาพจาก http://www.davidkristian.com/
มีเรื่องราของภาพถ่าย หนังสารคดี และเพลงที่น่าสนใจ

Written by lq19

มกราคม 31, 2009 at 9:05 am

บันทึกโพสใน Music, ครอบครัว, ความทรงจำ

Two-thousand and Nine

without comments

เราเดินทางมาถึง สองพันก้าวแล้ว …

การกลับบ้านเพื่อก้าวข้ามผ่านเวลาเก่าๆ และการเริ่มต้นกับเวลาใหม่ที่มนุษย์ได้กำหนดขึ้น

กับวันปีใหม่ของครอบครัว ….. และความรักที่ให้กันและกัน

291208
ทันตกรรมมหาโหด

ต้นเหตุจากฟันที่อยู่ในสุดและใช้เวลาในการเจริญเติบโตแสนนาน
นอกจากจะมีประโยชน์(บ้างไหม?)ในการช่วยบดย่อยอาหาร
ขณะเจริญเติบโตยังสร้างความรำคาญและความรู้สึกปวดที่ต้องกะเสือกกะสนเติบโตโผล่พ้นมาจากเหงือก

เป็นครั้งแรกที่ออกจากร้านทันตกรรมมหาโหดแล้วร้องไห้
ร้องไห้จนแม่ตกใจ ทำไมลูกขี้แยอย่างนี้

รู้ตัวเองอยู่พอสมควรว่าเป็นที่กังวลและกลัวที่สุด
อาจจะทำเหมือนใจกล้าหน้าด้านบ้างในบางที
แต่ก็มีความกลัวเป็นกำแพงที่หนาสุดๆภายในจิตใจ

เฮ้อ….ถอนฟันครุฑเล่นเอาคราวนี้ ร้องไห้หน้าเบะกลับบ้าน
ไม่เคยเจ็บอย่างมากขนาดนี้ …. สุดจะทนจริ๊ง จริง….

…………………………………………………………………………
อยู่ดีๆ ก็นั่งคิด ปีใหม่อยากได้อะไร

อยากมั่นใจในตัวเอง….. เป็นพรที่อยากได้ที่สุดแล้วคะ

เคยถามตัวเองเหมือนกันนะ เรื่องบางเรื่อง แกก็รู้สึกทำไมแกไม่กล้าพูดหวะ
แกก็คิดได้หนิ ทำไมแกไม่พูดหล่ะ……..

ข้อแรก  กลัวผิด
ข้อสอง พูดไปกลัวไปกระทบจิตใจคนอื่นแล้วจะทำให้เค้าเสียใจ คือ กูเกรงใจคนฟังอะ
ข้อสาม ไม่พูดอยู่นิ่งๆสบายใจกว่า เรารู้ของเราก็พอใจแล้ว
ข้อสี่     ความมั่นใจในตัวเอง กับ การกล้าแสดงออกเหมือนกันรึเปล่า

“”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”

ของขวัญปีใหม่ๆ เป็นของขวัญที่เป็นสิ่งของ ประทับใจจริงๆ 555

และก็ยังปฏิเสธความสุขที่เกิดจากการได้มาไม่ได้ ซึ่งเป็น วัตถุนิยม ที่เราปรุ่งแต่งขึ้นเอง

แต่เราก็ยังเป็นเด็ก มนุษย์ธรรมดา คนหนึ่งน๊า….

ขอแค่ทำดีก็พอแล้ว…. อิอิ สุขทางใจ

Written by lq19

มกราคม 3, 2009 at 12:14 pm

บันทึกโพสใน ครอบครัว, ความทรงจำ

เพลงของแม่

without comments

ตอนเด็กแม่จะเปิดเพลง ฟังสบายๆ ในวันเสาร์-อาทิตย์

อยู่บนแปล และหลับตา ไม่รู้ว่าหลับจริงๆ หรือว่าหลับตาฟังเพลง

มีเพลงหนึ่งที่คนที่บังเอิญต้องฟังเพลงของแม่ไปด้วยคน

ยังติดตรึงอยู่ในใจ และร้องได้ เพราะเนื้อหาที่ดีของบทเพลง

การเปรียบเทียบสิ่งมีชีวิต สิ่งต่างๆรอบข้าง ซึ่งความหมายทั้งหมดนั้น

แทนความรู้ของ ” ความรัก ” และ ” ความคิดถึง “

_________________________________________________________

บทเพลงแปลงจากบทประพันธ์ของ สุนทรภู่

เรื่อง “พระอภัยมณี” ตอน “พระอภัยมณีให้คำมั่นสัญญาแก่นางละเวง”

เพลง “คำมั่นสัญญา” ประพันธ์ทำนองโดย สุรพล แสงเอก
บันทึกเสียงครั้งแรกโดย ปรีชา บุญยเกียรติ

ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร  ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
แม้อยู่ในใต้หล้าสุธาธาร  ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา
แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ  พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
แม้เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา เชยผกาโกสุมปทุมทอง
แม้เป็นถ้ำอำไพใคร่เป็นหงส์ จะร่อนลงสิงสู่เป็นคู่สอง
ขอติดตามทรามสงวนนวลละออง เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป

รับฟังบทเพลงกันได้ที่นี้นะคะ

http://www.imeem.com/dinsorbrand1998/music/M6RDidoO/chanin_nuntanakorn_kam_mun_sun_ya/

คำมันสัญญาของลูก…

Written by lq19

ธันวาคม 16, 2008 at 10:31 am

บันทึกโพสใน ครอบครัว

หมู หมู

without comments

คุณแม่หมู…

ลูกหมูอยากได้จักรง๊า ….

Written by lq19

พฤศจิกายน 27, 2008 at 5:05 am

บันทึกโพสใน ครอบครัว

พ่อ

without comments

เมื่อก่อนครั้งฉันเป็นเด็กน้อย คอยแต่คลาน
พ่อหัดตั้งไข่ให้จนฉันเดินเป็น
เตาะแตะก้าวทีละน้อยค่อยๆ เข็น
จับเกาะพ่อเดินเล่น ตามประสาเยาวว์วัย

พ่อถอดรองเท้าไว้ ให้เห็นตรงนอกชาน
ฉันเจ้าเด็กน้อยลองใส่สวมเดินภูมิใจ
อยากใส่ไว้ให้เหมือน แม้จะหนักยังเดินไหว
พ่อยิ่งใหญ่เหมือนภูเขาเราจะตาม

ข้างหน้าที่ทิ้งไว้คือรอยเท้าที่พ่อเดิน
ลูกเหยียบย่าง ไม่ห่างเหินเดินตาม
ย่ำบุกป่าเขาลำเนาไพร ไม่ครั่นคร้าม
เด็กน้อยตามอย่างพ่อ ไม่ท้อเดินไป

เติบใหญ่ถึงวันนี้ พบชีวิตที่ผกผัน
ฉันจึงได้รู้ว่าการเดินไม่ง่ายดังใจ
วันที่ถูกทุกข์ทับถม ขมขื่นใจสักเพียงไหน
รองเท้าพ่อคู่ใหญ่ยังสอนใจเรา

วันที่ถูกทุกข์ทับถม ขมขื่นใจสักเพียงไหน
พ่อยิ่งใหญ่เหมือนภูเขาเราจะตามรักพ่อค่ะ ขอบคุณที่ให้อิสระกับลูกคนนี้ม๊าก มาก ” แกโตแล้วนิ ” …. ^^

Written by lq19

สิงหาคม 5, 2008 at 2:51 pm

บันทึกโพสใน ครอบครัว

Tagged with ,

Joke

without comments

วันนี้ตลกดี 555
การตรวจแบบตอนบ่ายวันนี้ ฮามาก
นิ่งคราวนี้เป็นได้เปรียบกว่าเยอะ
ได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง
คนเราก็เป็นไปได้เนอะ

นั่งเหน็บแนมเราอยู่นั่นแหละ (เป็นผู้ใหญ่ป่ะเนี่ย)
ส่วนเราก็นั่ง สเกตรูปสบายใจเฉิบ
แต่ก็ฟังเค้าคอมเม้นนะ พยายามกรองสิ่งที่เค้าต้องการ
วันนี้เราไม่ได้พูดอะไรเลย
ขนาดเต๋าพยามยามอธิบายงานให้เค้าได้รับรู้
ในด้านนั้น ด้านนี้ รับรู้สิ่งที่เราคิด ว่าทำไมรูปแบบจึงออกมาแบบนี้
เค้าก็นะ ….อะไรก็ไม่รู้ ไม่เคยฟังอะไรเลย ยยย
คนอะไรเนี่ย

สรุป วันนั้นรู้สึกแย่ที่ โง่ เล่นไปตามเกมส์ของคนนั้น
ใจเย็นๆ มีสตินะ
มองคนแบบนี้ให้ออก
นิ่งไว้ อย่าไปสนใจ

เหตุการณ์เรื่องนี้ก็ได้รู้อะไรหลายอย่างแหละ
คนรอบข้างตัวเองด้วย และรู้ตัวเองด้วย
ได้คุยกับแม่แล้วสบายใจขึ้นมากๆ
แม่ให้กำลังใจลูกเสมอ
ตอนแรกไม่กล้าเล่าให้แม่ฟัง
แต่มันอึดอัดสุดจะทน ทุกเรื่อง
แม่บอกว่า แค่นี้ทนไม่ได้
ต่อไปออกไปเจอลูกค้าจุกจิกกว่านี้อีก
…ก็จริงค่ะ
แม่บอกว่า จบไปเจอคนที่แย่กว่านี้อีกเยอะ …..

จริงๆนะ ตลอดระยะเวลาที่เติบโตมาตลอดชีวิต
ครอบครัวคือ สิ่งที่สำคัญที่สุด
ไม่ว่าเราจะ ผิด จะแย่ อ้วนขึ้น ดำขึ้น
นิสัยเสีย ใจร้อน ผิดเรื่องเดิมๆ
คนในครอบครัวยังไงก็ให้อภัย
แทบจะโอบกอดเราทุกครั้งเสมอ

ลูกรักครอบครัวของลูกมาก
ลูกจะเป็นคนดีค่ะ

Ps. ขอบพระคุณอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
ปุ้มสุดๆแล้ววันนั้น รู้สึกผิดมากกับอาจารย์ทุกคน
ก็ได้ไหว้ในตอนที่พูดจบไปแล้ว
แต่ก็ยังอยาก ขอโทษอีก
ปุ้มจะสม่ำเสมอกับงานที่ทำค่ะ
แต่งานที่ค้างคาอยู่ข้างหน้าปัจจุบันก็เข้า part design แล้ว
ปุ้มกำลังสนุกกับงานนี้ด้วย (เต็มที่ด้วยค่ะ)
แต่ก็จะรับผิดชอบ และแบ่งเวลาให้ดี
เหมือนที่ อาจารย์บอก คุณโตแล้ว…^^
 ขอบคุณมากค่ะ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง
- ปุ้ม  -

Written by lq19

กรกฎาคม 31, 2008 at 4:09 pm

บันทึกโพสใน ครอบครัว, เรื่อยๆ

อยากกลับบ้าน

without comments

อาทิตย์หน้า

ขอให้งานเสร็จไวๆ

เพราะอยากกลับบ้านมากค่ะ

สาธุ สาธุ

Written by lq19

เมษายน 6, 2008 at 1:46 pm

บันทึกโพสใน ครอบครัว

ความห่วงใย

without comments

ตั้งใจว่าจะไม่เข้ามา อัพบล๊อค จนกว่าจะส่งงานเสร็จ

แต่วันนี้มีเรื่องน่ารักๆ ของการคุยโทรศัพท์กับแม่

เนื่องจากตัวเอง มาอยู่ที่คณะ ทำงานเกือบตลอดทั้งคืน อดหลับอดนอน มาเกือบ 2 คืนแล้ว

แม่ก็ทราบว่าลูกมาอยู่คณะมาทำงาน (เป็นเวลาเกือบ 4 ปีแล้ว)

คุยกันสักพัก เรื่องสัพเพเหระทั่วไป 

แม่ก็ถามว่า : ลูก ตอนนี้อยู่ไหน

ลูกตอบว่า  : อยู่คณะ….

เสียงจากทางไกล ก็ถอนหายใจ เฮ้อ…… ถ้ามีลูกมีหลานแม่จะไม่ให้เรียนคณะนี้แล้ว

555 ขำอะ ความรักและความห่วงใยของแม่ อยู่ทางไกลเป็ฯห่วงลูกมาตลอด 4 ปีนี้

แม่จ๋า …. อีกปีเดียวนะ ลูกจะจบแล้ว ลูกไม่เสียใจเลยกับสิ่งที่ลูกเลือก และลูกได้ทำ

ลูกไม่เสียใจที่ลูกจะอดนอน … ลูกกลับดีใจมากกว่าเพราะลูกได้ทำในสิ่งที่ลูกอยากทำ …

และสิ่งนั้นมันคือสิ่งที่ลูกรัก และคือสิ่งที่ลูกเลือกเอง

ขอบคุณครอบครัว พ่อ แม่ พี่ น้อง ทุกๆคนที่รักและเป็นห่วง

หนูจะเป็นสถาปนิกที่ดีและมีคุณภาพ

ขอบคุณ สถาบัน อาจารย์  งานที่ อาจารย์ให้ทำ ได้ให้อะไรกับเราเยอะแยะมากมาย

ขอบคุณมากค่ะ

สถาปัตย์-สถาปัยกรรม

ลาดกระบัง (สจล.)

Written by lq19

ธันวาคม 9, 2007 at 11:29 am

บันทึกโพสใน ครอบครัว