Archive for the ‘@ phuket’ Category
Phuket downtown
วันเสาร์ค่ะ อยู่ห้องคนเดียว
เพราะ roommate ออกไปเที่ยวข้างนอก
ถ้าเป็นคนอื่นคงจะไปด้วยแล้ว เพราะไหนๆมาอยู่ ภูเก็ตทั้งที
แต่นี่เป็น ปุ้ม รักที่จะอยู่บ้าน อยู่กับที่ ได้อ่านหนังสือ
แค่นี้ก็มีความสุขแล้วนะ
แต่คนอื่น อาจจะมองว่า เราใช้ชีวิตไม่คุ้มหรอก
(เอาอะไรมาตัดสินหว่ะ)
ว่า เราใช้ชีวิตคุ้ม ไม่คุ้ม
สำคัญที่ใจ – - มีความสุขกับสิ่งที่ทำก็พอ
เหมือนกับตอนนี้ปุ้มเลือกว่า ควรจะเอาเวลาไปให้กับสิ่งไหนมากกว่า
ทำอะไร แล้วได้ผลอะไรมากกว่า มีความสุขกับสิ่งไหนมากกว่า
จะเอาเวลาที่มีอยู่น้อยนิด ไปแลกกับความสุขแค่ครั้งคราว ชั่วข้ามคืน
สำหรับปุ้มนะ(ต้องเน้นว่า สำหรับปุ้มนะ) ปุ้มยอมแลกค่ะ
สิ่งที่เสียไป กับสิ่งได้มา
และก็คิดว่า ตัดสินใจดีแล้วหละ
ไปอ่านหนังสือดีกว่า ^^
ใกล้ความจริงแล้ว
เรืองดีๆในชีวิต
ด้วยความโชคดีหรืออะไรก็ตาม
ขอบคุณนะค่ะ ทุกสิ่งที่อยู่บนโลกใบนี้
ที่ทำห้เราพบเจอแต่สิ่งดีๆ พบเจอแต่คนดีๆ
ขอบคุณ พี่ลิลลี่ หรือ คุณนวลศรี (ที่ไม่ทราบนามสกุล )
(เดี๋ยวจะออกไปถาม เพราะจะเอาไปเขียน กิตติกรรมประกาศ)
พี่ลิลลี่ เป็นพี่ที่ทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับเงินของ เอสี่เก้าที่ภูเก็ต
เป็นผู้ ญ ใส่แว่น ใจดีคนหนึ่งค่ะ (เดี๋ยวต้องขอถ่ายรูปเก็บไว้)
พี่ลิลี่เป็นคนภูเก็ต โดยแต่กำเนิด
เราก็ไปสอบถามหาข้อมูลเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ของเรา
ถามเกี่ยวกับเรื่อง สึนามิ คนในเมืองภูเก็ตเป็นอย่างไรบ้าง
คนในอำเภอเมืองเป็นยังไง ตกใจมากไหม
พี่เค้าก็บอกว่า ในเมืองก็ตกใจ แต่ก็จะนิ่งๆ สงบๆ ใช้วิถีชีวิตตามแบบปกติ
แล้วพี่ลิลลี่ ก็นิ่งๆ คิดอะไรสักอย่าง
เค้าก็ตอบเราว่า ” พี่รู้จักกับคนคนหนึ่งที่ทำ มูลนิธิ เกี่ยวกับ สึนามิ “
” เดี๋ยวพี่หาเบอร์โทรศัพท์ให้ “
แต่เค้าอยู่ จังหวัดระนองน๊า ….^^
เราก็บอกพี่เค้าว่า เราอยากได้พื้นที่ที่เป็นชุมชน เป็นชาวเล พักอาศัยตามพื้นที่ชายฝั่ง
และก็แอบบ่นว่า หนูไปตามหาดที่ที่ประสบภับภิบัติ แต่ไม่ค่อยพบตามแบบที่ตัวเองต้องการเลย
ส่วนใหญ่เป็น พื้นที่ในเชิงธุรกิจมากกว่า
สักพัก พี่ลิลลี่ก็เอาเบอร์โทรศัพท์ มาให้
และก็บอกให้โทรศัพท์หาตามเบอร์นี้
ดีใจมากค่ะ ขอบคุณมากๆ
พี่ลิลลี่บอกว่า ” น่าจะถามตั้งนานแล้วนะ “
เราก็ยิ้ม ^ ^ ขอบคุณนะค่ะ หนูถามช้าไปจริงๆ
ต้องบอกว่า คนเมืองที่ภูเก็ต ที่เราอยู่ เป็น ถนนดีบุก
เป็นย่านของ phuket town บ้านเรือนอาคารเก่าๆ ตาม style ชิโนโปรตุกีส
ซึ่งสวยงามดีค่ะ (แมื่อก่อนแอบโง่ เข้าใจว่า colonial )
คนที่อยู่ส่วนใหญ่เป็นคนจีน ทำอาหารอร่อย
และใจดีมากๆ ใจเย็นมากๆ
เวลาเราไปกินข้าว เมื่อก่อนก็ใจร้อน ว่า ร้านนี้ทำอาหารช้ามาก (ช้ามากๆ)
จนเริ่มเข้าใจเพราะไปกินหลายๆร้าน ก็ช้าเหมือนกัน
และก็รู้สึกได้ว่า เรานี่แหละใจร้อนเอง
คนที่นี่ใจเย็นมากๆ ใจดีมากๆค่ะ
ที่สังเกตได้อีกอย่างหนึ่ง เลาข้ามถนนหรือขับรถ
เค้าจะรีบจอดให้เราเสมอ ไม่ว่าเราจะลังเล ยึกยัก เก้กังๆ จะข้ามหรือไม่ข้ามดี
เค้าขับรถมา เค้าก็จอดให้ ใจดีมากๆค่ะ (ขอบคุณนะค่ะ ที่จอดรถให้หนูข้าม)
และอีกอย่าง คนที่นี่เวลาทำงานอะไร
จะตั้งใจทำ และทำจริงจังยึดเป็นอาชีพหลัก
อย่างเช่น ซ่อมรองเท้าก็ซ่อมจริงจัง เป็นร้านห้องแถวไปเลย
ไม่ใช่เป็นแค่ซุ้มเล็กข้างทาง
และที่นี่ก็มี gallery เยอะค่ะ
หนึ่งถนนจะพบหนึ่งถึงสอง gallery
ซึ่งเรารู้สึกประทับใจที่ ได้เห็นงานศิลปะ (รู้สึกว่า คนที่นี่ เห็นคุณค่า)
มีทั้งร้านแบบที่โชว์ ศิลปะอย่างจริงจัง
เว้น space ของแสงธรรมชาติให้ส่องเข้ามาถึงงาน ปะติมากรรม และขายงานศิลปะ
(เพราะ ภาพเขียนอาจจะเสียหายได้นะค่ะ แดดแรงพอสมควร ฝนตกเป็นประจำ)
คนที่นี่ ” ตั้งใจทำงาน และ ทำอย่างมีความสุข “
ยิ่งอยู่ที่นี่เราก็ยิ่งประทับใจมากขึ้นๆ
ทุกเรื่อง เล็กน้อยๆ ในชีวิต
ผู้คนที่นี่ บ้านเมืองที่นี่ น่ารักมากค่ะ
อาจจะเพราะเราชอบเรียบๆ ง่ายๆ แบบนี้ด้วยแหละ
คนอื่นมา อย่าคาดหวังเรื่อง เที่ยวกลางคืน อะไรแบบนั้นค่ะ
มีเหมือนกัน แต่เพื่อนบอกว่า ไม่ได้ดีมาก
แต่ถ้าเที่ยวกลางคืน แบบ กิน-เที่ยว หนะ ฮ่า ฮ่า
ดีมากๆค่ะ อาหารอร่อยๆ
กลับมาที่เรื่อง thesis tsunami
วันนี้โทรหาศัพท์หา พี่คนนั้นแล้ว
ชื่อพี่ ศุภอาภา องค์สกุล
พี่เค้าอยู่ที่ มูลนิธสหไท
หมู่บ้านสุขสำราญ จังหวัดระนองค่ะ
ก็เล่าความเป็นมาว่า เป็นใคร อยากได้พบพื้นที่แบบไหน อยากทำแบบไหน
พี่น่ารักมากค่ะ
บอกชื่อ ชุมชนและมูลนิธิที่เข้าไปช่วยเหลือ
ตั้งแต่แหลมปะการัง จนถึงจังหวัดระนอง
(พี่เค้าบอกคร่าวๆ นะค่ะ)
ก็จดไว้หมดตามที่พี่เค้าบอก
เราก็เล่าให้ฟังถึงสิ่งที่เราอยากทำ ประมาณไหน ยังไง
พี่เค้าก็บอกว่า หมู่บ้านน้ำเค็ม น่าจะเหมาะ
เพราะสร้างงานสถาปัตยกรรมเข้าไปในพื้นที่เดิม
หมู่บ้านอื่นๆ ที่มูลนิธิสร้างให้ใหม่
ส่วนใหญ่จะ set เข้าไปแล้วค่ะ
ตอนนี้มี case study ที่ต้องศึกษา มีสี่พื้นที่หลักๆ
1.พื้นที่ตามที่คุณพี่ ศุภอาภา บอก หลักๆ หมู่บ้านน้ำเค็ม (ไม่รูสิ ต้องไปเห็นด้วยตัวเองก่อน
แต่จะศึกษาไปตามที่พี่เค้าบอกมาค่ะ)
2.พื้นที่หมู่บ้านทับตะวัน ของคุณ วิลลี่ โคธนี่ นักฟันดาบชาวเยอรมัน ลูกครึ่ง ไทย เยอรมันค่ะ
เค้ามูลนิธิของเค้า เป็นบ้าน ชุมชน แบบ home stay ให้ชาวมอแกนอยู่อาศัย และบริหาร home stay กันเอง
http://www.morganholiday.de/27.html —-website ของเค้า และสิ่งที่เค้าทำ
(อันนี้ต้อง ขอบคุณ พี่ฝน พี่ที่เอสี่เก้า เพื่อนของพี่ฝน ชื่อพี่เจี๋ยบ ตอนที่พี่เจี๋ยบเค้าฝึกงาน ฝึกงานกับคุณวิลลี่ โคธนี่
โดยที่พี่เจียบเค้าก็ไปอยู่ที่หมู่บ้านทับตะวัน อาทิตย์ถึงสองอาทิตย์ ไปตอนนั้น ไปเพื่อออกแบบและก็สร้างบ้านใหม่
ให้กับชาวมอแกน ที่หมู่บ้านทับตะวัน จังหวัดพังงา โดยมูลนิธิ วิลลี่ โคธนี่)
3.อันนี้จากเพื่อนที่เคยเรียนสถาปัตย์ ม.เกษตร มาด้วยกันค่ะ
ตอนปี 3 เทอม หนึ่งเพื่อนทำโครงการเกี่ยวกับสึนามิ
ที่จังหวัดระนอง อาจารย์พาไปอยู่ที่พิ้นที่ สาม สี่ วัน
ไปอยู่กับชุมชน แล้วทั้งห้องจะหาข้อมูลมาไม่เห็นกัน
แต่ละกลุ่มจะแยกกันหาข้อมูลที่แตกต่างกันออกไป
และเอามาสรุปปัญหา แล้วแยกกันออกแบบ เป็น โปรเจคดีไซด์ค่ะ
แต่ละคน ผลออกมาก็จะแตกต่างกันออกไป
อันนี้ โทรหาเพื่อนที่เป็นหัวหน้าห้องแล้ว และทำ website ของห้องอยู่
เดี๋ยวกลับ กทม. แล้วจะไปเอานะ ขอบคุณมากๆ ขอบคุณมากๆ
ข้อมูลจากเพื่อนทั้งห้อง ที่ ถาปัตย์ กะเสด อาจจะได้อะไรที่มากขึ้น
http://www.arch.ku.ac.th/news/index.htm
เพื่อนบอกว่า อยู่ในนี้แต่ก็ยังหาไม่เจอ ลองไปดูได้นะค่ะ
4.อันนี้พื้นที่ จากที่ตัวเองหาจาก หนังสือที่อ่าน
หลายสถานที่พอสมควร แต่เป็ย่าน พังงา ระนอง เกือบทั้งหมด
ต้องศึกษาอย่างละเอียด
* ถ้าอาจารย์เข้ามาอ่าน *
หนูโชคดีนะค่ะ ที่เริ่มได้แนวทาง
ที่เป็น case study ที่ต้องการมาพอสมควร
หนูจะหาข้อมูล สี่หัวข้อ หลักๆนี้ก่อน
แล้วอาจจะเอามาเปรียบเทียบ วิเคราะห์ปัญหา
พบเห็นปัญหาได้มากขึ้น
ขอบคุณมากๆนะค่ะ สำหรับสิ่งดีๆที่เกิดขึน
เราจะพยายามเป็นคนดี และสถาปนิกที่ดีนะ
For Advisee
” ชีวิต คือ การเดินทาง “
เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก เราจะมีความสุข
วันนี้ไปเดินร้านหลังสือ เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง
สำหรับในการกราดหนังสือที่อย่างอ่าน หัวข้อที่น่าสนใจ
หน้าปกที่ดึงดูด อ่านแค่เล่มละหนึ่งถึงสองหน้า
รับรู้ทีละบทความสั้นๆ แค่นั้น ก็รู้สึกมีความสุข
อยากจะบอกอาจารย์ที่ปรึกษา
หนูรู้สึกดีใจมากๆมี่ได้อาจารย์เป็นที่ปรึกษา
ในโครงการสุดท้ายของปริญญาตรี
ที่ต้องเริ่มต้นจากความรู้สึกจริงๆจากข้างใน
สำหรับตัวหนูแล้ว หนูรู้สึกมีความสุขกับสิ่งสิ่งที่หนูกำลังค้นหาอยู่
หนูมีความสุขที่ได้ดูวิถีชีวิตที่แตกต่างออกไป
ด้วยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชอบมองสิ่งที่เล็กน้อยๆ
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในชีวิต (ไม่ใช่คิดเล็กคิดน้อยนะ)
(ถึงแม้ว่าที่ที่หนูมายังไม่พบสิ่งที่ถูกใจนัก)
หนูมาอยู่ที่นี่ เสาร์-อาทิตย์ สุดสัปดาห์ของหนูมี สี่ ครั้งแล้ว
แปดวันของหนู
เสาร์แรกได้ไปหาดป่าตอง
อาทิตย์แรกไปหาดกะตะน้อย หาดกะรนกับเพื่อน
เสาร์ที่ที่สองไปหาดป่าตองเพื่องานจริง และไปไปเป็นเพื่อน เพื่อนซื้อของ
อาทิตย์ พักผ่อน ให้เวลากับตัวเอง อยู่ที่ห้อง
เสาร์ที่สามไปดู site กับ office ที่หาดบางเทา
อาทิตย์ พักผ่อน ให้เวลากับตัวเอง
วันหยุด (จำไม่ได้ว่าวันอะไร)
ไปดู site สำหรับทีสีส ที่หาดบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ภูเก็ต
แต่ก็ยังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการอีก เพราะ ได้รับความเสียหายไม่มาก(ถ้าเปรียบเที่ยบกับที่อื่นนะ)
และสภาพที่ตั้ง เป็นเชิงธุรกิจ (โรงแรม รีสอร์ท) ประมาณ 80 เปอร์เซ็น
ยังไม่พบในสิ่งที่หนูต้องการอีก
วันเสาร์ที่สี่ 10-05-08
พยายามที่จะหาที่ใหม่ๆ ไปเช่ามอร์ไซด์กับเกวลินมาค่ะ
ราคา 130 บาทต่อหนึ่งวัน เติมน้ำมันไปอีก 50 บาท
วันนั้นตั้งใจจะไปที่รอบๆเกาะภูเก็ต แถบใต้ๆที่ไม่ต้องขับรถ ขึ้น ลง เขา ให้เสี่ยงภัยอันตราย
และที่สำคัญในแผนที่ยังมีบอกอีกว่า มีหอเตือนภัยอยู่ที่นั้น
ขับไปสักพัก ยังไม่พ้นถนนเส้นที่เช่ามอร์ไซด์ ฝนตกซะงั้น
(ตกทำไมเนี่ยยยย หนูอยากทำงาน)
ขับท่ามกลางสายฝน เปียกเป็นเปียก หวัดก็หวัด ถึงไหนถึงกัน
ขับไปไกลเหมือนกัน ถึงเห็นทะเลแล้ว แต่เป็นทะเลแถบใต้จริงๆ
มีป่าชายเลน แถบนั้นเรียกว่าสะพานหิน ของจังหวัดภูเก็ต
ฝนตกหนักจนไม่ไหวแล้วต้องหยุดพักที่ศาลา
จนถึงบ่ายสามโมงฝนก็ยังไม่ยอมหยุด ตกตลอดทั้งวัน
ใจฝนซาแล้ว หนูเลยตัดสินใจกลับที่พัก
สรุปวันนั้น หนูไม่ได้อะไรเลย
วันอาทิตย์ที่ 11-05-08
เพื่อน ที่มีหลายคนจะทำรีสอร์ท บอกว่าจะขับรถไปดู site เหมือนกัน
หนูก็เลยไปด้วยค่ะ แต่ออกแนวพักผ่อน เชิงท่องเที่ยวมากกว่า
ที่สำคัญฝนตก คลื่นลมแรงมาก (ลูกๆสึนามิ)
น้ำทะเลเซาะมาถึงกำแพงของรีสอร์ท
วิ่งหนีขึ้นฝั่งกับแทบไม่ทัน เซาะที่ผ่านมาเกือบๆถึง(ขณะยืนดูอยู่ก่อน)
ครั้งนี้ถึงขาเลย พอสัมผัสถึงความรู้สึกกลัวในใจลึกๆ
และความรู้สึกว่าจมน้ำทะเลตอยคลื่นมาหนะเป็นยังไง
(เพราะก่อนหน้านี้หนูโดนซัดมาหนึ่งรอบแบบตั้งตัวไม่ทัน
หัวหมุนตัวปริว หัวควำปปักทราย เข็ดเลยค่ะ
เข็ดจริงๆ ไม่เล่นน้ำทะเลคลื่นสูงอีก หนูกลัวไปเลย)
และเมื่อวิ่งหนีคลื่นฝนตกลงมาอย่างหนัก
ต่างคนต่างวิ่งหนีฝนขึ้นรถและกลับ
มุ่งหน้าไป อาศัยอากาศเย็นจาก air conditioner จากห้างห้างหนึ่งในภูเก็ต
สรุปวันนั้น ก็ไม่ได้จริงๆนะค่ะ
หนูอยากทำงานมาก
แต่หนูรู้สึกตัวจริงๆ ว่ามีปัญหากับการเดินทางที่จะไปดู site
เวลาที่เหลือ จะแก้ไขมันอย่างไรดี
หนูจะพยายามค่ะ
หนูอยากทำจริงๆนะค่ะ มาถึงตอนนี้หนูรู้สึกได้ลึกๆแล้ว
ว่าหนูมาไม่ได้ผิดทาง (แต่อาจจะมาผิดที่ หา site ยังไม่ได้)
ทำไมต้องมาทำให้เรารู้สึกแย่ด้วยนะ
ง่วงๆ
แต่ทำงานที่นี่ก็มีความสุขดีนะ
เจออีกสังคมหนึ่งที่แตกต่างออกไป
บางสิ่งที่รู้สึกแปลกๆ แต่ในความเป็นจริงมันก็แค่ความคิด
แค่ลบความคิดออกก็จบแล้วนี่นะ
อย่าคิดมากๆ
ตอนนี้ง่วงมากๆเลย
เดี๋ยวจออกไปหาอะไรกินดีกว่า ….
กำลังใจ
แรงบันดาลใจ
ก็พอไปได้นะ
Morning Day
มาอยู่ที่ภูเก็ตได้สิบห้าวันแล้วค่ะ
ตั้งแต่ 15 เมษายน จนวันนี้ 29 เมษายน 2551
เวลาช่างผ่านไปไวเหลือเกินนะค่ะ ทีสีส ข้อมูลยังไม่ได้หาจริงจังเลย
อ.พรพุฒิจะฆ่าตายอยู่แล้ว หนูจะสู้ๆนะค่ะ
การฝึกงานที่นี่สนุกดี ได้ทำ design ด้วย สนุกดีค่ะ
เหมือนทำ project แล้วมีคนมาตรวจแบบ
แต่เวลาที่อยู่กับ อาจารย์เล็กก็มีความสุขนะค่ะ สนุกมากๆเหมือนกัน
คิดถึง blog มากๆนะ
เรามาที่นี่ทำงานเหนื่อย กลับมาถึงเราก็นอนเลยทันที
ไม่ค่อยได้เข้ามา surf net เท่าไหร่เลย ……
สัญญาๆ เดือน พ.ค. จะ up บ่อยๆ เพราะจะเรียบเรียงข้อมูลทีสีในนี้ สัญญาๆ
สู้ …….. โว้ยยยยยย …….

