เรืองดีๆในชีวิต
ด้วยความโชคดีหรืออะไรก็ตาม
ขอบคุณนะค่ะ ทุกสิ่งที่อยู่บนโลกใบนี้
ที่ทำห้เราพบเจอแต่สิ่งดีๆ พบเจอแต่คนดีๆ
ขอบคุณ พี่ลิลลี่ หรือ คุณนวลศรี (ที่ไม่ทราบนามสกุล )
(เดี๋ยวจะออกไปถาม เพราะจะเอาไปเขียน กิตติกรรมประกาศ)
พี่ลิลลี่ เป็นพี่ที่ทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับเงินของ เอสี่เก้าที่ภูเก็ต
เป็นผู้ ญ ใส่แว่น ใจดีคนหนึ่งค่ะ (เดี๋ยวต้องขอถ่ายรูปเก็บไว้)
พี่ลิลี่เป็นคนภูเก็ต โดยแต่กำเนิด
เราก็ไปสอบถามหาข้อมูลเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ของเรา
ถามเกี่ยวกับเรื่อง สึนามิ คนในเมืองภูเก็ตเป็นอย่างไรบ้าง
คนในอำเภอเมืองเป็นยังไง ตกใจมากไหม
พี่เค้าก็บอกว่า ในเมืองก็ตกใจ แต่ก็จะนิ่งๆ สงบๆ ใช้วิถีชีวิตตามแบบปกติ
แล้วพี่ลิลลี่ ก็นิ่งๆ คิดอะไรสักอย่าง
เค้าก็ตอบเราว่า ” พี่รู้จักกับคนคนหนึ่งที่ทำ มูลนิธิ เกี่ยวกับ สึนามิ “
” เดี๋ยวพี่หาเบอร์โทรศัพท์ให้ “
แต่เค้าอยู่ จังหวัดระนองน๊า ….^^
เราก็บอกพี่เค้าว่า เราอยากได้พื้นที่ที่เป็นชุมชน เป็นชาวเล พักอาศัยตามพื้นที่ชายฝั่ง
และก็แอบบ่นว่า หนูไปตามหาดที่ที่ประสบภับภิบัติ แต่ไม่ค่อยพบตามแบบที่ตัวเองต้องการเลย
ส่วนใหญ่เป็น พื้นที่ในเชิงธุรกิจมากกว่า
สักพัก พี่ลิลลี่ก็เอาเบอร์โทรศัพท์ มาให้
และก็บอกให้โทรศัพท์หาตามเบอร์นี้
ดีใจมากค่ะ ขอบคุณมากๆ
พี่ลิลลี่บอกว่า ” น่าจะถามตั้งนานแล้วนะ “
เราก็ยิ้ม ^ ^ ขอบคุณนะค่ะ หนูถามช้าไปจริงๆ
ต้องบอกว่า คนเมืองที่ภูเก็ต ที่เราอยู่ เป็น ถนนดีบุก
เป็นย่านของ phuket town บ้านเรือนอาคารเก่าๆ ตาม style ชิโนโปรตุกีส
ซึ่งสวยงามดีค่ะ (แมื่อก่อนแอบโง่ เข้าใจว่า colonial )
คนที่อยู่ส่วนใหญ่เป็นคนจีน ทำอาหารอร่อย
และใจดีมากๆ ใจเย็นมากๆ
เวลาเราไปกินข้าว เมื่อก่อนก็ใจร้อน ว่า ร้านนี้ทำอาหารช้ามาก (ช้ามากๆ)
จนเริ่มเข้าใจเพราะไปกินหลายๆร้าน ก็ช้าเหมือนกัน
และก็รู้สึกได้ว่า เรานี่แหละใจร้อนเอง
คนที่นี่ใจเย็นมากๆ ใจดีมากๆค่ะ
ที่สังเกตได้อีกอย่างหนึ่ง เลาข้ามถนนหรือขับรถ
เค้าจะรีบจอดให้เราเสมอ ไม่ว่าเราจะลังเล ยึกยัก เก้กังๆ จะข้ามหรือไม่ข้ามดี
เค้าขับรถมา เค้าก็จอดให้ ใจดีมากๆค่ะ (ขอบคุณนะค่ะ ที่จอดรถให้หนูข้าม)
และอีกอย่าง คนที่นี่เวลาทำงานอะไร
จะตั้งใจทำ และทำจริงจังยึดเป็นอาชีพหลัก
อย่างเช่น ซ่อมรองเท้าก็ซ่อมจริงจัง เป็นร้านห้องแถวไปเลย
ไม่ใช่เป็นแค่ซุ้มเล็กข้างทาง
และที่นี่ก็มี gallery เยอะค่ะ
หนึ่งถนนจะพบหนึ่งถึงสอง gallery
ซึ่งเรารู้สึกประทับใจที่ ได้เห็นงานศิลปะ (รู้สึกว่า คนที่นี่ เห็นคุณค่า)
มีทั้งร้านแบบที่โชว์ ศิลปะอย่างจริงจัง
เว้น space ของแสงธรรมชาติให้ส่องเข้ามาถึงงาน ปะติมากรรม และขายงานศิลปะ
(เพราะ ภาพเขียนอาจจะเสียหายได้นะค่ะ แดดแรงพอสมควร ฝนตกเป็นประจำ)
คนที่นี่ ” ตั้งใจทำงาน และ ทำอย่างมีความสุข “
ยิ่งอยู่ที่นี่เราก็ยิ่งประทับใจมากขึ้นๆ
ทุกเรื่อง เล็กน้อยๆ ในชีวิต
ผู้คนที่นี่ บ้านเมืองที่นี่ น่ารักมากค่ะ
อาจจะเพราะเราชอบเรียบๆ ง่ายๆ แบบนี้ด้วยแหละ
คนอื่นมา อย่าคาดหวังเรื่อง เที่ยวกลางคืน อะไรแบบนั้นค่ะ
มีเหมือนกัน แต่เพื่อนบอกว่า ไม่ได้ดีมาก
แต่ถ้าเที่ยวกลางคืน แบบ กิน-เที่ยว หนะ ฮ่า ฮ่า
ดีมากๆค่ะ อาหารอร่อยๆ
กลับมาที่เรื่อง thesis tsunami
วันนี้โทรหาศัพท์หา พี่คนนั้นแล้ว
ชื่อพี่ ศุภอาภา องค์สกุล
พี่เค้าอยู่ที่ มูลนิธสหไท
หมู่บ้านสุขสำราญ จังหวัดระนองค่ะ
ก็เล่าความเป็นมาว่า เป็นใคร อยากได้พบพื้นที่แบบไหน อยากทำแบบไหน
พี่น่ารักมากค่ะ
บอกชื่อ ชุมชนและมูลนิธิที่เข้าไปช่วยเหลือ
ตั้งแต่แหลมปะการัง จนถึงจังหวัดระนอง
(พี่เค้าบอกคร่าวๆ นะค่ะ)
ก็จดไว้หมดตามที่พี่เค้าบอก
เราก็เล่าให้ฟังถึงสิ่งที่เราอยากทำ ประมาณไหน ยังไง
พี่เค้าก็บอกว่า หมู่บ้านน้ำเค็ม น่าจะเหมาะ
เพราะสร้างงานสถาปัตยกรรมเข้าไปในพื้นที่เดิม
หมู่บ้านอื่นๆ ที่มูลนิธิสร้างให้ใหม่
ส่วนใหญ่จะ set เข้าไปแล้วค่ะ
ตอนนี้มี case study ที่ต้องศึกษา มีสี่พื้นที่หลักๆ
1.พื้นที่ตามที่คุณพี่ ศุภอาภา บอก หลักๆ หมู่บ้านน้ำเค็ม (ไม่รูสิ ต้องไปเห็นด้วยตัวเองก่อน
แต่จะศึกษาไปตามที่พี่เค้าบอกมาค่ะ)
2.พื้นที่หมู่บ้านทับตะวัน ของคุณ วิลลี่ โคธนี่ นักฟันดาบชาวเยอรมัน ลูกครึ่ง ไทย เยอรมันค่ะ
เค้ามูลนิธิของเค้า เป็นบ้าน ชุมชน แบบ home stay ให้ชาวมอแกนอยู่อาศัย และบริหาร home stay กันเอง
http://www.morganholiday.de/27.html —-website ของเค้า และสิ่งที่เค้าทำ
(อันนี้ต้อง ขอบคุณ พี่ฝน พี่ที่เอสี่เก้า เพื่อนของพี่ฝน ชื่อพี่เจี๋ยบ ตอนที่พี่เจี๋ยบเค้าฝึกงาน ฝึกงานกับคุณวิลลี่ โคธนี่
โดยที่พี่เจียบเค้าก็ไปอยู่ที่หมู่บ้านทับตะวัน อาทิตย์ถึงสองอาทิตย์ ไปตอนนั้น ไปเพื่อออกแบบและก็สร้างบ้านใหม่
ให้กับชาวมอแกน ที่หมู่บ้านทับตะวัน จังหวัดพังงา โดยมูลนิธิ วิลลี่ โคธนี่)
3.อันนี้จากเพื่อนที่เคยเรียนสถาปัตย์ ม.เกษตร มาด้วยกันค่ะ
ตอนปี 3 เทอม หนึ่งเพื่อนทำโครงการเกี่ยวกับสึนามิ
ที่จังหวัดระนอง อาจารย์พาไปอยู่ที่พิ้นที่ สาม สี่ วัน
ไปอยู่กับชุมชน แล้วทั้งห้องจะหาข้อมูลมาไม่เห็นกัน
แต่ละกลุ่มจะแยกกันหาข้อมูลที่แตกต่างกันออกไป
และเอามาสรุปปัญหา แล้วแยกกันออกแบบ เป็น โปรเจคดีไซด์ค่ะ
แต่ละคน ผลออกมาก็จะแตกต่างกันออกไป
อันนี้ โทรหาเพื่อนที่เป็นหัวหน้าห้องแล้ว และทำ website ของห้องอยู่
เดี๋ยวกลับ กทม. แล้วจะไปเอานะ ขอบคุณมากๆ ขอบคุณมากๆ
ข้อมูลจากเพื่อนทั้งห้อง ที่ ถาปัตย์ กะเสด อาจจะได้อะไรที่มากขึ้น
http://www.arch.ku.ac.th/news/index.htm
เพื่อนบอกว่า อยู่ในนี้แต่ก็ยังหาไม่เจอ ลองไปดูได้นะค่ะ
4.อันนี้พื้นที่ จากที่ตัวเองหาจาก หนังสือที่อ่าน
หลายสถานที่พอสมควร แต่เป็ย่าน พังงา ระนอง เกือบทั้งหมด
ต้องศึกษาอย่างละเอียด
* ถ้าอาจารย์เข้ามาอ่าน *
หนูโชคดีนะค่ะ ที่เริ่มได้แนวทาง
ที่เป็น case study ที่ต้องการมาพอสมควร
หนูจะหาข้อมูล สี่หัวข้อ หลักๆนี้ก่อน
แล้วอาจจะเอามาเปรียบเทียบ วิเคราะห์ปัญหา
พบเห็นปัญหาได้มากขึ้น
ขอบคุณมากๆนะค่ะ สำหรับสิ่งดีๆที่เกิดขึน
เราจะพยายามเป็นคนดี และสถาปนิกที่ดีนะ